ม่ถึงว่าจะมาถูกหญิงชราประหลาดผู้นี้ดูออกที่นี่ ตอนนี้ยิ่งทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังเช่นนี้อีก
ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีความมั่นใจมากพอว่าจะชนะฝ่ายตรงข้ามได้ ไม่มีความมั่นใจว่าจะรอดชีวิตไปจากที่นี่ หนำซ้ำยังไม่มีใครช่วยได้และไม่มีที่ให้หนี เธอก็เหมือนอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง คนที่พึ่งได้มีแค่ตัวเอง
“ในเมื่อหนีไม่พ้น เช่นนั้นสู้ก็แล้วกัน!”
เธอพึมพำเบาๆ ถึงจะหลบเข้าไปในห้วงมิติได้ แต่การหลบเข้าไปในห้วงมิติในสถานการณ์อย่างนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาด หากเผลอไผลไม่ระวัง แม้แต่ห้วงมิติก็อาจถูกพบด้วย อีกอย่างถึงจะหลบเข้าไปด้านใน ก็ยังอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ออกไปไหนไม่ได้อยู่ดี
หลังจากใคร่ครวญแล้ว สิ่งที่เธอทำได้ก็มีแค่สู้ซึ่งหน้าเท่านั้น เพียงแต่แหฟ้าตาข่ายดินนั่นจะทำลายอย่างไรดีล่ะ?
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางขบคิด มองตาข่ายเลือดที่อยู่บนดินแล้วมองแหฟ้าที่หมุนวนอยู่บนท้องฟ้า กลิ่นอายที่แข็งแกร่งอบอวลอยู่กลางอากาศ หากไม่ใช่ว่าในร่างเธอมีอานุภาพกดดันเก่าแก่อยู่ เกรงว่าแม้แต่จะก้าวเดินในสถานที่อย่างนี้ก็ยังลำบาก
“แหฟ้าตาข่ายดินเป็นตาข่ายดักจับ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็ทำได้เพียงลงมือจากตัวหญิงชราคนนั้นแล้ว!” สายตาของเธอจ้องเงาร่างที่อยู่ไกลๆ นั่น และตอนนี้เอง หญิงชราคนนั้นก็เหมือนจะพบตัวเธอแล้ว ถึงได้หันมามองทางเธอ
“แม่หนู ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าเจ้าหนีไม่พ้นหรอก? มาเถิด! รีบออกมาให้ข้าดูเสียดีๆ”