ทั้งตัว เห็นเพียงตุ๊กตาผ้าเหล่านั้นที่ถูกทิ้งไว้ข้างทางในทุ่งนา เสมือนมีชีวิตขึ้นมาทันทีที่แสงจันทร์เหนือหัวปรากฏ แต่ละตัวลุกขึ้นมาล้อมรอบตัวเธอ
“พี่สาวอย่าไป พี่สาว อยู่เล่นเป็นเพื่อนข้าเถิด…”
ตุ๊กตาผ้าตัวหนึ่งเดินตัวแข็งทื่อมาทางเธอ คิ้วตก ขยับปากที่เม้มแน่นอ้าบ้างหุบบ้าง “พี่สาวเล่นเป็นเพื่อนข้า มาเล่นเป็นเพื่อนข้าเถิด…”
“ฟุบ!”
ในขณะที่เธอกำลังตกใจ หญิงชราหลังค่อมที่ถือโคมแดงกลับหยิบเปลวไฟลูกหนึ่งออกมาจากโคมดวงนั้นแล้วยื่นมือดีดออกไปรอบๆ ฉับพลับนั้น เสียงกรีดร้องตกใจระคนเคียดแค้นก็ดังมา
“อ๊าก! ยายแก่ ยายแก่น่าชัง…”
เห็นเพียงตุ๊กตาผ้าที่กำลังเดินมาทางเธอกรีดร้องตอนถูกเปลวไฟดีดเข้าใส่ ล้มลงไปบนพื้นแล้วร้องไห้คร่ำครวญขึ้นมา เสียงนั้นฟังแล้วชวนขนพองสยองเกล้ายิ่งนัก
“ไปเถิด!”
หญิงชราหลังค่อมที่อยู่ข้างหน้ากล่าว แล้วขยับฝีเท้าอย่างแช่มช้า ถือโคมไฟสีแดงเดินไปข้างหน้า
เฟิ่งจิ่วตั้งสติ มองเงาร่างนั้นแวบหนึ่งก่อนเดินตามไปอีกครั้ง จนกระทั่งเดินตามร่างข้างหน้ามาถึงที่แห่งหนึ่งซึ่งดูคล้ายศาลบรรพชน
“นั่งตามสบายเถิด” หญิงชราหลังค่อมกล่าว เอาโคมไฟไปแขวนไว้ จากนั้นเดินไปข้างหลัง ไม่นานก็เอาขนมมายื่นให้เฟิ่งจิ่วสองชิ้น
“ขอบคุณ” เธอกล่าวตอบ รับหนึ่งในสองชิ้นนั้นมาแต่กลับไม่กิน ถามว่า “ท่านผู้เฒ่า ทำไมที่นี่ถึงได้แปลกอย่างนี้” ใช่ แปลก ตั้งแต่เธอเข้ามาที่นี่ก็ไม่รู้สึกถึงพลังหยินเลย ไม่เหมือนสถานที