หลังฉากกั้นลม ก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ รู้สึกเหมือนไม่อาจละสายตาไปไหน
ผ่านไปครู่หนึ่งก็ยังไร้การเคลื่อนไหว แต่สัมผัสได้ว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังจ้องมองเรือนร่างเขาด้วยสายตาดุจจิ้งจอกปานราชสีห์ นี่ทำให้เซวียนหยวนโม่เจ๋อแอบตึงเครียดในใจ แม้แต่ร่างกายก็แข็งเกร็งไปด้วย รู้สึกเหมือนแม้จะมีอ่างอาบน้ำกั้นอยู่ก็ไม่อาจต้านทานสายตาอันร้อนแรงของนางได้
ในใจนึกสงสัย ผู้หญิงคนนี้ ต่อหน้าไม่ดู ชอบแอบดูอย่างนี้น่ะหรือ? แอบดูก็แล้วไป แต่น่าจะดูแค่ประเดี๋ยวเดียวพอกระมัง นี่กลับดูจนติดใจไปเสียแล้ว? ดูจนติดใจแล้วเหตุใดไม่รู้จักลงมือบ้างเล่า? แค่ดูแต่ไม่ทำอะไร จะมีประโยชน์อะไรกัน?
“เจ้าจะไม่เข้ามาลูบสักสองทีหรือ” จู่ๆ เขาก็ลืมตาขึ้น สายตาลึกล้ำแฝงแววหยอกเย้าจ้องมาที่เฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วหัวเราะเก้อๆ ชะโงกหัวออกมา มองเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย “ท่านแบกข้ากลับมาไม่ใช่หรือ ข้าคิดดูแล้วก็ควรตอบแทนท่านหน่อย ข้าจึงมาหา”
เมื่อได้ยินดังนั้น เขาเลิกคิ้วขึ้น นัยน์ตาดำขลับมีประกายมืดดำลึกล้ำพาดผ่าน “ตอบแทนข้า? ตอบแทนอย่างไร?” น้ำเสียงแม้สงบนิ่ง แต่กลับมีจังหวะขึ้นลงอย่างยากจะปิดบัง เห็นชัดว่าถูกเธอยั่วยวนเข้าจนได้
เฟิ่งจิ่วคลี่ยิ้ม กระดิกนิ้วเรียกเขา “ลุกขึ้นมาไม่ต้องใส่เสื้อ ใส่แต่เสื้อคลุมอาบน้ำแล้วออกมา ข้าจะรอท่านอยู่ที่เตียง” เอ่ยจบก็หันหลังเดินออกไป
ได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยการเชื้อเชิญเช่นนี้แล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อรู้สึกเ