ครู่หนึ่ง แต่ไม่นานก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ใช่เสียงของสองคนนั้น ทว่าพอเขาหันไปมอง ก็ต้องตกใจจนหน้าซีด
“พะ พี่ใหญ่ฮุยหลาง พะ พี่ใหญ่อิ่งอี…”
เขาตัวสั่น รีบปีนลงมาจากกำแพงทันที “พะ พวกท่านมาได้อย่างไร พี่รองข้าไม่ได้มาด้วยกระมัง?”
“พรวด!”
ฮุยหลางหลุดขำ เหล่ตามองเขาแวบหนึ่ง “ไม่ต้องมาเรียกพี่ใหญ่ๆ พวกเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น ไป ถ่ายเบาเสร็จแล้วก็รีบกลับไป!”
“อ้อ ใช่ ข้าจะรีบกลับไป กลับไปเดี๋ยวนี้เลย” เขารีบรับคำ ขณะกำลังจะหมุนตัวกระโดดข้ามกำแพง ก็มีมือข้างหนึ่งวางลงมาบนไหล่ของเขา
“บอกให้เจ้ารีบกลับไปเล่นพนันต่อข้างใน เจ้าคิดจะกลับไปที่ใด?” ฮุยหลางถามด้วยรอยยิ้มชวนขนลุก
ครั้นได้ยินประโยคนั้น เขาหน้าซีดเผือด “กลับ กลับไปเล่นพนันต่อข้างในหรือ?”
“ถูกต้อง เจ้าหาเรื่องใส่ตัวเองไม่ใช่หรือ มาตอนนี้คิดจะหนี? ไม่มีทางเสียล่ะ รีบกลับไปเลย” เขาผลักหยางซาน ยืนกอดอกจ้องมองอีกฝ่ายอยู่ตรงนั้น
หยางซานกลืนน้ำลาย ถามด้วยความระมัดระวังว่า “พี่ใหญ่ฮุย ฮุยหลางรู้จักพวกเขาสองคนหรือ?”
“ฮุยฮุยหลางอะไรของเจ้า? เจ้าเด็กนี่กวนประสาทหรือ พูดมากเสียจริง! เข้าไป ถ้ายังไม่เข้าไปข้าจะเตะเจ้าเข้าไปเอง!” ฮุยหลางตวาด มาตอนนี้เริ่มรู้จักกลัวแล้วหรือ ก่อนหน้านี้ทำอะไรอยู่?
เห็นเช่นนั้น หยางซานทำได้เพียงฝืนเดินกลับไป คิดในใจว่าสองคนนั้นเป็นใครกันแน่ ฮุยหลางกับอิ่งอีเป็นองครักษ์ข้างกายองค์รัชทายาทเชียวนะ พวกเขาสองคนมาอยู่ที่นี่ได