ข้าใจได้ นี่ครอบครัวก็ไม่ใช่ อาศัยแค่บุญคุณเล็กน้อยก็คิดจะควบคุมเรื่องของเจ้านาย คนเช่นนี้เธอไม่รู้ว่า เหตุใดเซวียนหยวนโม่เจ๋อจึงเก็บไว้ข้างกาย ซ้ำยังให้ท่านอาหานดูแลคุกมืดที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาอีก
แต่ที่แน่ชัดเลยคือ คนผู้นี้แม้ล้ำเส้นแล้วก็ยังไม่สำนึก
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถามเสียงเข้ม สายตาหันไปมองฮุยหลางกับอิ่งอี โดยเฉพาะเมื่อเห็นอิ่งอีที่หน้าซีดขาว มีรอยเลือดไหลออกจากมุมปาก สีหน้าเขาตึงเครียดทันที
อิ่งอีกับฮุยหลางยังไม่ทันพูดอะไร อาหานก็ชิงถามก่อน “นี่ก็คือเฟิ่งจิ่วที่พวกเจ้าพูดถึงหรือ?” สายตาคมกริบชั่วร้ายจ้องมองเฟิ่งจิ่ว “ช่างเก่งกาจเสียเหลือเกิน!”
“อาหาน!” เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองเขา คิ้วขมวดเข้าหากัน “ข้าบอกว่าแล้วว่าท่านไม่ต้องยุ่งเรื่องนี้!”
“อาเจ๋อ นางปีศาจคนนี้จะต้องรู้วิชาเสน่ห์อะไรแน่ๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่ทำให้เจ้าหลงจนโงหัวไม่ขึ้นแบบนี้ได้ คนเช่นนี้จะเก็บไว้ข้างกายได้อย่างไร! หากเจ้าต้องการสตรี อาหานหาให้เจ้าได้ สวยกว่านางก็มีตั้งมากมาย”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เฟิ่งจิ่วหลุดหัวเราะออกมา เธอย่างกรายเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเซวียนหยวนโม่เจ๋อ สองมือคล้องแขนของเขาแล้วเอนตัวพิงไว้ บนดวงหน้างดงามไร้ที่ติคลี่รอยยิ้มเย้ายวนชวนลุ่มหลง “เจ๋อ ตาเฒ่าคนนี้คือใครหรือ?”
ฮุยหลางกับอิ่งอีได้ยินแล้วมุมปากกระตุกอย่างอดไม่ได้ แอบชำเลืองมองอาหานที่โกรธจนหน้าเขียวแวบหนึ่ง ทั้งสองถ