งนี้เดาว่าคงได้ยินข่าวว่าภูตหมอมาถึงจวนจึงเข้ามา”
เฟิ่งจิ่วได้ยินเช่นนี้ ดวงตาฉายแววเล็กน้อย มองฮุยหลางที่พูดจาดูลังเล หัวใจของเธอสั่นไหวเบาๆ แต่ก็ไม่ไปใส่ใจ พลิกหนังสืออ่านต่อไป เสียแต่รอบนี้อ่านไม่เข้าหัวแล้ว
ฮุยหลางอ้าปากอยากพูดอะไร กลับไม่รู้จะพูดอย่างไร สุดท้ายก็ปิดปากทันที
อีกด้านหนึ่ง ภายในห้องหนังสือ
“ท่านอาหาน ท่านกลับมาทำไม หรือว่าทางนั้นเกิดเรื่องอะไร?” เมื่อเข้าไปในห้องหนังสือแล้วเห็นชายวัยกลางคนนั่งอยู่ตรงโต๊ะ เซวียนหยวนโม่เจ๋อก็ถามขึ้น
“อาเจ๋อ ข้าได้ยินว่ามีผู้หญิงที่ภูมิหลังไม่ชัดแจ้งมาที่จวน มีเรื่องเช่นนี้หรือไม่?” ชายวัยกลางคนถาม คำเรียกเซวียนหยวนโม่เจ๋อไม่ใช่นายท่านหรือคุณชาย แต่เรียกชื่อตรงๆ เหมือนผู้อาวุโสเรียกผู้น้อย
“ท่านอาหาน นางมีนามว่าเฟิ่งจิ่ว ไม่ใช่ผู้หญิงที่ภูมิหลังที่มาไม่ชัดเจน”
เขานั่งลงตรงโต๊ะ เอ่ยเสียงเข้มเล็กน้อย “ข้ากับนางรู้จักกันเมื่อสองสามปีก่อน นางเป็นหญิงที่ข้ารัก ภายหน้าจะเป็นนายหญิงของจวน ข้าไม่หวังให้ท่านอาหานมีอคติอะไรต่อนาง”
ท่านอาหานได้ยินแล้วแววตาเคร่งขรึม สีหน้าไม่น่าดูอยู่บ้าง “อาเจ๋อ ตั้งแต่เล็กข้างกายเจ้าไม่เคยมีผู้หญิง จึงไม่เข้าใจผู้หญิง ผู้หญิงล้วนจอมปลอมกันหมด สิ่งที่พวกนางหมายตามีเพียงฐานะของเจ้าและทุกอย่างที่เจ้าครอบครอง ไม่ได้รักเจ้าจากใจจริง”
“พอแล้วท่านอาหาน!”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อผุดลุกขึ้นด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ขอบคุณอย่างยิ่งใ