นเถอะ พวกเขาจะหาเรื่องเจ้า!”
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองคนด้านหลังรัชทายาทชื่อสุ่ย เอ่ยขึ้นอย่างลำบากใจเล็กน้อย “ไม่ดีเท่าไรกระมัง? มองอย่างไรข้าก็เสียเปรียบ! อีกอย่างพวกท่านเป็นแขก ประมือกับแขกไม่ดีเท่าไรนัก ทั้งเสียมารยาทและไร้ระเบียบเกินไปขอรับ”
รัชทายาทแห่งชื่อสุ่ยหัวเราะเยาะ สายตาละมุนละไมหยุดมองร่างของเฟิ่งจิ่ว “เจ้าใจกล้าแค่นี้หรือ?” สิ้นเสียงก็ส่งสัญญาณให้ชายวัยหลางคนชุดเทาข้างกายไหวร่างกระโจนเข้าไปจู่โจมเฟิ่งจิ่ว
“ขอรับ ข้าใจไม่กล้า แต่ในเมื่อพวกท่านอยากเล่น ข้าก็ได้แต่ร่วมสู้ด้วย! ถึงอย่างไรวันนี้ภารกิจหลักคือต้องทำให้พวกท่านสนุกสนาน ถ้ารู้สึกว่าล่าสัตว์น่าเบื่อไปแล้ว ก็เปลี่ยนมาประลองกันสักตั้งได้ อาจทำให้พวกท่านพอใจยิ่งกว่า”
มุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มชั่วร้าย จากนั้นเห็นชายวัยกลางคนชุดเทาคนนั้นใช้สองมือรวมกลิ่นอายพลังโจมตีเข้ามา สองมือของเธอรวบรวมคลื่นพลังวิญญาณเช่นกัน ทั้งตัวลอยขึ้นไปจากบนหลังม้า ฝ่ามือที่มีกลิ่นอายพลังวิญญาณสะบัดออกไป ก่อนเข้าประมือกับฝ่ายตรงข้ามกลางอากาศ
ฮุยหลางที่อยู่ข้างๆ มองด้วยสีหน้าหนักใจ พละกำลังของชายวัยกลางคนชุดเทาทะลวงถึงระดับกำเนิดวิญญาณ เฟิ่งจิ่วจะรับมือไหวหรือ?
ขณะกำลังคิด ก็เห็นสองคนกลางอากาศประมือกันไปสิบกว่ากระบวนท่าแล้ว พลังวิญญาณและอานุภาพกดดันทะลักล้น กลิ่นอายในอากาศกดดันยิ่งขึ้น ฝ่ามือลมส่งเสียงหวีดหวิวในอากาศ รวดเร็วรุนแร