ี้ ทั้งสองคนสู้กันอย่างยั้งมือไว้ ไม่ก่อความวุ่นวายมากไปนัก ดูท่าทางพวกเขาจะไม่อยากให้เซวียนหยวนโม่เจ๋อรู้สึกถึงสถานการณ์ตรงนี้ แต่ภายในป่าผืนนี้ ถึงแม้พวกเขาต่อสู้เคลื่อนไหวไม่ใหญ่โตมาก ด้วยพลังวรยุทธ์ของเขาจะไม่รู้เรื่องได้อย่างไร?
“คืนถุงฟ้าดินมา!” ผู้ฝึกตนกำเนิดวิญญาณคนนั้นขมวดคิ้วตะโกน พ่ายแพ้ก็เสียหน้ามากพอแล้ว ยังมาถูกเด็กคนหนึ่งชิงถุงฟ้าดินไป นี่ยิ่งน่าขายหน้านัก
“นี่รัชทายาทชื่อสุ่ยจะทำร้ายคนของข้าหรือ?”
เสียงที่คุ้นเคยดังมาพร้อมความเย็นยะเยือก เฟิ่งจิ่วหันกลับไปมอง เห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อในชุดคลุมสีดำท่าทางเย็นชาขี่ม้าดำเข้ามา ยามนี้สีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อย เสริมให้ใบหน้าที่เคร่งขรึมของเขาดุดันและน่าเกรงขามขึ้นมา
“เสด็จพี่รัชทายาท”
อิ๋งเสวี่ยที่ตามหลังเซวียนหยวนโม่เจ๋อมาขี่ม้าเข้ามาข้างๆ รัชทายาทแห่งชื่อสุ่ย ครั้นเห็นสถานการณ์ของทั้งสองฝ่ายก็อดแปลกใจไม่ได้ เสด็จพี่ให้คนทำร้ายเด็กรับใช้คนนั้นหรือ?
“ฮ่าๆๆๆ ข้าแค่เห็นว่าวรยุทธ์ของเขาสูงส่งแม้อายุยังน้อย ใคร่อยากรู้ยิ่ง จึงให้คนแลกเปลี่ยนความรู้กับเขาเสียหน่อย” เสียงเว้นช่วงไป ดวงตาอ่อนหวานมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อก่อนเอ่ยว่า “รัชทายาทเซวียนหยวนวางใจได้ ไม่เห็นจะทำร้ายคนของท่านเลย!”
ฮุยหลางได้ยินคำพูดนี้ก็แค่นเสียงเย็น “หึ ไม่ทำร้ายคนของพวกเราอะไรกัน ชัดเจนว่ากำลังของพวกท่านสู้ไม่ได้”
เวลานี้ สายตาของเซวียนหยวนโม่เจ๋อหันไปหาเฟิ่งจิ่ว ห