าจะมีระดับสร้างรากฐานด้วย”
“ทุกที่ล้วนเหมือนกัน มีผู้แข็งแกร่ง ย่อมมีผู้อ่อนแอ อยู่ที่นี่คนที่อ่อนแอเกินไปไม่อาจมีชีวิตรอด อยู่ที่นี่แม้เป็นชาวบ้านธรรมดาก็มีระดับปรมาจารย์พลังวิญญาณ แต่ปรมาจารย์พลังวิญญาณต่ำเกินไปสำหรับที่นี่ เทียบไม่ได้แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน ทำได้เพียงงานที่หยาบและหนักที่สุดเท่านั้น”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว ครั้นเห็นว่าใกล้ถึงเรือนทิศเหนือแล้ว เขาชะงักฝีเท้า มองเฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างกายและบอกว่า “วันนี้เสด็จพ่อของข้าถามถึงเจ้าด้วย ข้าบอกเพียงว่าเจ้าเคยช่วยชีวิตข้าไว้ครั้งหนึ่ง เขาบอกว่าวันหลังให้ข้าพาเจ้าเข้าวังไปพบเขาสักครั้ง”
ขณะกล่าว เขายื่นมือไปจับปอยผมตรงข้างแก้มของเธอขึ้นทัดหูให้ “เขาไม่พูด แต่ข้าก็รับรู้ได้ถึงจิตสังหารของเขา ดังนั้นข้าเลยไม่คิดจะพาเจ้าไปพบเขาตอนนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาเฟิ่งจิ่วไหวระริก ยิ้มกล่าวว่า “ท่านวางใจเถิด! ในเมื่อข้ามอบใจให้ท่านแล้ว ก็จะไม่เปลี่ยนใจเพราะปัจจัยอื่น แม้เสด็จพ่อของท่านจะขัดขวาง ก็ต้องมีสักวันที่ข้าจะทำให้เขาพยักหน้ายอมรับจนได้”
เธอหัวเราะคิกคัก พูดเตือนขึ้นมา “ข้างหน้านี้ก็ถึงแล้ว ไปเถิด!”
“อืม” เขายกมุมปากเบาๆ แววตาลึกล้ำที่แฝงด้วยความอ่อนโยนละไปจากตัวเธอ จากนั้นก็สาวเท้าเดินไปยังเรือนทิศเหนือ
ยามเห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อมาเยี่ยมพี่ชายรัชทายาทของนางที่เรือนทิศเหนือ องค์หญิงอิ๋งเสวี่ยประหลาดใจเล็กน้อย ทว่ายังคงย