ุขใจ หัวใจของเขาก็รู้สึกอิ่มเอมไปด้วย
หลังจากกินเสร็จ ทั้งสองคนจิบชาผ่อนคลายอารมณ์ จากนั้นจึงไปเดินเล่นในเมือง ขณะเดียวกัน ภายในพระราชวัง องค์จักรพรรดิรู้เรื่องที่เซวียนหยวนโม่เจ๋อละเลยองค์หญิงสามแห่งชื่อสุ่ย แต่กลับไปเที่ยวเล่นข้างนอกกับข้ารับใช้หนุ่มแล้ว
“ข้ารับใช้คนนั้นเป็นใครมาจากไหน?” เขาเอ่ยถามเสียงทุ้มเข้ม สายตาจับจ้ององครักษ์เงาที่อยู่ด้านล่าง
“ได้ยินว่าเป็นหลานชายที่เป็นญาติห่างๆ ของผู้ดูแลเขตเรือนด้านนอกในจวนพ่ะย่ะค่ะ เพิ่งเข้าจวนไปไม่กี่วันก็เป็นที่โปรดปรานขององค์ชาย” องครักษ์เงารายงานตามจริง
“แค่คนธรรมดาคนหนึ่งก็ทำให้เขาลดเกียรติลงไปเที่ยวเล่นกินดื่มด้วยได้หรือ? สืบ! จงไปสืบเบื้องลึกเบื้องหลังของคนผู้นั้นมาให้ข้า!”
“พ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์ลับรับคำ จากนั้นจากไปอย่างรวดเร็ว
ยามพลบค่ำ หยางหย่งที่กลับถึงจวนมาที่เขตเรือนหลัก
“นายท่าน” เขาประสานมือคารวะ หันไปพยักหน้าให้เฟิ่งจิ่วเล็กน้อย
เฟิ่งจิ่วเองก็พยักหน้าตอบ เห็นพวกเขามีเรื่องต้องคุยกัน จึงกล่าวว่า “ข้าออกไปเดินเล่นก่อน พวกท่านคุยกันเถิด!”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้รั้งนางไว้ กลับหันไปถามหยางหย่ง “มีเรื่องอะไร?”
“มีข่าวลับจากในวัง บอกว่าจักรพรรดิทรงกริ้วมาก”
เมื่อได้ยิน เซวียนหยวนโม่เจ๋อเลิกคิ้วเบาๆ ทำเพียงมองเขา รอฟังเขาพูดต่อ
“จักรพรรดิทรงรู้แล้วว่านายท่านละเลยองค์หญิงสามแห่งชื่อสุ่ย แล้วออกไปเที่ยวเล่นกับข้ารับ