ม่แน่ใจว่าเรื่องอะไร” เธอตีหน้าซื่อ ไม่ยอมรับตรงๆ
“ไม่ใช่เจ้าจริงหรือ?” คิดดูแล้วก็ใช่ นายท่านจะลงโทษเขาเพราะข้ารับใช้มาใหม่ตัวเล็กๆ เช่นนี้ได้อย่างไร แต่พักนี้เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา!
“ขอรับ ไม่ใช่ข้า” เฟิ่งจิ่วเอ่ยโดยที่หน้าไม่แดงหายใจไม่สะดุด
“เช่นนั้นเรามาหารือกัน ข้าว่า…”
“ไม่ได้”
เธอไม่รอให้เขาพูดจบก็ปฏิเสธทันที “ท่านรีบไปล้างโถส้วมเสียดีกว่า! ไม่เช่นนั้นหากนายท่านกลับมาท่านจะมีปัญหาเอาได้” ขณะเอ่ย เธอลุกขึ้นยืน กล่าวว่า “ข้ายังต้องไปรดน้ำดอกไม้อีก ขอตัวก่อน”
ขณะมองร่างที่เดินออกจากลานบ้านไป ฮุยหลางขมวดคิ้ว เกาหัวแล้วหันไปถามองครักษ์ลับที่อยู่ในมุมมืด “นายท่านพูดอย่างนั้นจริงหรือ?”
เงียบกริบ ไม่มีผู้ใดเอ่ยปาก เขาถลึงตาจ้องไปยังบางจุดทันที “ข้าถามพวกเจ้าอยู่นะ! ไม่ต้องมาแสร้งทำเป็นใบ้!”
องครักษ์ลับที่อยู่ตรงนั้นเอือมระอา ทำได้เพียงกล่าวว่า “ฮุยหลาง เจ้าทำตามที่เขาบอกก็พอ มีป้ายหยกอยู่ในมือ อย่างไรก็ไม่ผิดแน่”
ครั้นได้ยินเช่นนั้น ฮุยหลางถอนหายใจ แล้วจึงค่อยเดินออกไปข้างนอก ลอบคิดว่าจะฉวยโอกาสตอนที่นายท่านยังไม่กลับมา หาคนมาล้างแทนดีหรือไม่? แต่ไม่นานความคิดนั้นก็ดับสลายไป
ยอมทำแต่โดยดีดีกว่า!
อีกด้านหนึ่ง ในพระราชวัง ด้านในตำหนักหลัก
ชายวัยกลางคนที่สวมชุดลำลอง มีแรงกดดันอันทรงพลังและรัศมีอำนาจของผู้เหนือกว่าแผ่กระจายอยู่รอบกายผู้หนึ่งนั่งอยู่บนที่นั่งประธาน เขามองร่างสูงสวมชุ