้วแท้ๆ นายท่านต้องตาเขาตรงที่ใดกันแน่?
แต่พวกเขาก็ได้แต่แอบสงสัย ไม่ได้ถามออกไป เพียงจับสังเกตเด็กรับใช้ที่ชื่อเสี่ยวหลี่จือมากกว่าปกติเท่านั้น
เช้าตรู่วันนี้ เฟิ่งจิ่วที่กำลังหาว ถือน้ำล้างหน้าเข้าไปในห้องของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เมื่อวานตอนเย็นเขากำชับไว้ว่าเช้านี้จะต้องเข้าวัง วันรุ่งขึ้นเธอจึงต้องตื่นขึ้นมารับใช้เขาแต่เช้า
ดังนั้นถึงแม้ตอนนี้จะยังง่วงงุน แต่ก็ลุกขึ้นมาล้างหน้าเรียกสติแล้วยกน้ำล้างหน้าเข้ามาให้เขา
“นายท่าน?”
เธอยกน้ำมาวางบนแท่นล้างหน้า แล้วจึงเดินเข้าไปในห้อง เตียงหลังใหญ่ถูกม่านมุ้งบดบัง เห็นคนที่กำลังนอนอยู่ใต้ผ้าห่มรางๆ เท่านั้น
เธอเดินเบาๆ เข้าไปแหวกมุ้งเปิดออก จู่ๆ มือคู่หนึ่งก็ยื่นออกมาคว้าตัวเธอไว้ ก่อนจะดึงเธอเข้าไปโดยไม่ทันตั้งตัว
“อ๊ะ!”
เฟิ่งจิ่วร้องเสียงเบา ทั้งร่างล้มลงไปบนเตียง โถมทับบนตัวเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่นอนอยู่บนนั้นเต็มๆ แววตาตกตะลึงสบเข้ากับนัยน์ตาที่สงบลึกล้ำของเขา นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นดุจบ่อน้ำลึก ทำให้เธอมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ราวกับถูกม้วนกลืนเข้าไปทั้งตัว
บนเตียงใหญ่ ร่างกายของทั้งสองพาดทับบนล่าง มีแค่ผ้าห่มผืนเดียวคั่นกลาง มือของเซวียนหยวนโม่เจ๋อตรึงมือเธอไว้ ส่วนอีกข้างก็โอบเอวเธอกดลงไม่ให้หนีไปไหน
สายตาสองคู่สบประสานกัน กลิ่นอายที่คลุมเครือกระจายไปทั่วอากาศ…
“แหะๆ จำข้าได้แล้วจริงๆ สินะ?”
เธอยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน หากก่อนหน้านี้เรียกว่าแค่สงส