มดาเท่าไรยิ่งน้อยปัญหา แม้แต่เหลิ่งซวงข้าก็อาจจะให้นางเปลี่ยนอะไรเล็กน้อย”
“ไม่ว่าจะอย่างไร เรื่องที่เจ้าตัดสินใจแล้ว พวกพ่อก็เชื่อใจเจ้า แต่เจ้าต้องจำไว้ให้ดี หากมีอันตรายแล้วสู้ไม่ได้ต้องหนีเสีย ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าการมีชีวิตอยู่ เข้าใจรึไม่?” เฟิ่งซานหยวนกำชับเสียงเคร่งขรึม
“อืม ข้ารู้แล้ว” เธอพยักหน้า “ข้าไม่อยู่บ้าน พวกท่านต้องดูแลตัวเองให้ดีนะเจ้าคะ”
“วางใจเถิด! พวกข้ารู้แล้ว” คนทั้งสองพยักหน้ากล่าว
ด้วยเหตุนี้ ไม่กี่วันหลังจากนั้น เฟิ่งจิ่วก็บอกลาครอบครัวแล้วค่อยส่งเยี่ยจิงกลับไป ขณะเดียวกันพวกเธอก็มุ่งหน้าไปยังแปดจักรวรรดิใหญ่…
ทว่าหลังจากที่เธอออกเดินทางไปได้ไม่นาน ตระกูลซั่งกวนก็ส่งผู้อาวุโสสามมาเยือน เฟิ่งเซียวทำตามที่หารือไว้กับเฟิ่งจิ่วแต่แรก ไม่ยอมนับญาติ ปฏิเสธความคิดของพวกเขา
แม้ภายหน้าหากซั่งกวนหวั่นหรงจะกลับมา พวกเขาก็อยากจะนับญาติกับซั่งกวนหวั่นหรงเพียงคนเดียว ไม่อยากนับญาติกับคนของตระกูลซั่งกวน
เฟิ่งจิ่วไม่ได้พาหงส์ไฟเดินทางไปด้วยกัน แต่พาเหล่าไป๋ เสี่ยวเฮย รวมถึงอสูรกลืนเมฆาไปด้วย เพียงแต่เพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตา เธอจึงเก็บพวกมันไว้ในห้วงมิติ
เธอคิดว่าไปถึงที่นั่นแล้ว จะจัดแจงหาที่พักในเมืองใกล้สำนักโอสถตะวันให้พวกเหลิ่งซวงทั้งสามก่อนค่อยว่ากัน
สำหรับคนทางนี้ แปดจักรวรรดิใหญ่เป็นสถานที่ลึกลับ มันไม่เพียงอยู่ห่างไกลจากที่นี่มาก จุดที่สำคัญคือตลอดเส้นทางอันตรา