ัวเลือดเย็นเช่นนี้
“ยังมีอีกเรื่องเจ้าค่ะ” เฟิ่งจิ่วกล่าว พลางมองบิดาที่กำลังเคียดแค้น “คนตระกูลซั่งกวนรู้ตัวตนของท่านพ่อแล้ว และก็รู้ว่าข้าคือบุตรสาวของพวกท่าน ตอนอยู่ที่นั่น พวกเขายังอยากทำความรู้จักกับข้ากลางที่สาธารณะด้วย แต่ข้าไม่สนใจพวกเขา”
“พวกเขารู้แล้วหรือ?” เฟิ่งเซียวถามพลางขมวดคิ้ว “พวกเขาไม่ทำอะไรเจ้าหรือ”
“พวกเขาทำอะไรข้าไม่ได้ วันนี้ที่ข้ามาหาท่านพ่อก็เพราะต้องการบอกแผนของข้าให้ท่านทราบ” เธอกล่าวเสียงแช่มช้า “ท่านแม่ไม่ได้อยู่ที่ตระกูลซั่งกวนแล้ว นางถูกนักเล่นแร่แปรธาตุผู้หนึ่งชื่อตานหยางจื่อรับเป็นลูกศิษย์ปิดสำนัก เขาเป็นคนของสำนักโอสถตะวันที่อยู่ในแปดจักรวรรดิใหญ่
อย่าว่าแต่ท่านแม่ไม่อยู่ที่ตระกูลซั่งกวนแล้ว ถึงแม้อยู่ ตระกูลและครอบครัวเช่นนั้นก็ไม่มีสิทธิ์อะไรมานับญาติกับเรา แต่ข้าคิดว่าคนของตระกูลซั่งกวนไม่ยอมหยุดเท่านี้แน่ และน่าจะมาหาท่านพ่อ พวกเขาไม่รู้ว่าท่านจำทุกอย่างได้แล้ว ฉะนั้นเมื่อถึงเวลา…”
“เจ้าหมายความว่า แม่ของเจ้าไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว? นางถูกนักเล่นแร่แปรธาตุชื่อตานหยางจื่อพาตัวไปแล้วอย่างนั้นหรือ”
เฟิ่งเซียวตะลึงงัน ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้ว่าในใจรู้สึกเช่นไร สิบกว่าปีผ่านไป นางยังจำเขาได้หรือไม่ นางยังเหมือนเช่นตอนแรกหรือไม่ ไปอยู่แปดจักรวรรดิใหญ่แล้ว นางจะยังกลับมาอีกหรือไม่?
“เจ้าค่ะ”
เฟิ่งจิ่วรับคำ กล่าวว่า “ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วง ข้ากลับมาครานี้เพราะ