ก็ขึ้นไปห้องปีกชั้นสองทันทีรอพวกเขาสองคนกลับมา เหลิ่งซวงเหลิ่งหวาคอยอยู่ในห้อง ส่วนองครักษ์ตระกูลเฟิ่งเฝ้าตรงประตูห้องปีก
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ปี้ซานกับหลัวอวี่ถึงจะกลับมา
“นายท่าน”
ทั้งสองคารวะ รายงานว่า “บ้านตระกูลเยี่ยเป็นตระกูลชั้นสูงในเมือง เยี่ยจิงเป็นคุณหนูใหญ่ของจวนตระกูลเยี่ย เป็นลูกสาวของผู้นำตระกูล ครั้งนี้ไม่ใช่งานแต่งเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูล แต่รัชทายาทต้องการแต่งเยี่ยจิงเป็นชายารอง ตระกูลเยี่ยถูกราชวงศ์กดดันถึงได้ตอบตกลง ทว่าตั้งแต่กลับมาเยี่ยจิงก็ป่วยหนักมาตลอด เรื่องงานแต่งจึงเลื่อนมาถึงตอนนี้ แต่ทางราชวงศ์มีคำสั่งสุดท้ายแล้ว อีกสามวันจะต้องแต่งงานขอรับ”
เฟิ่งจิ่วที่นั่งตรงโต๊ะมือหนึ่งเท้าคาง อีกมือเคาะหน้าโต๊ะเบาๆ ได้ยินทั้งสองรายงานก็ยิ้มเย็น “เป็นคนชอบข่มเหงคนอื่นสินะ”
สิ้นเสียงเธอลุกขึ้นมา บอกว่า “เหลิ่งซวงกับเหลิ่งหวาตามข้าไปบ้านตระกูลเยี่ย พวกเจ้าทุกคนรออยู่โรงเตี๊ยมแล้วกัน!”
“ขอรับ” พวกเขาขานรับ
เหลิ่งซวงกับเหลิ่งหวาตามหลังเฟิ่งจิ่วไป ส่วนพวกขององครักษ์ตระกูลเฟิ่งอยู่โรงเตี๊ยม
แม้ไม่รู้ว่าบ้านตระกูลเยี่ยอยู่ไหน แต่สุ่มๆ ถามทางไปตามถนนใหญ่ก็รู้แล้ว สามคนนายบ่าวมาถึงหน้าประตูใหญ่บ้านตระกูลเยี่ย เหลิ่งหวาจึงเข้าไปเคาะประตู
คนที่ขานรับและออกมาเปิดประตูเป็นชายชราคนหนึ่ง หลังจากชะโงกมองพวกเขาด้านนอก เห็นว่าเป็นคนแปลกหน้าจึงถามว่า “ทุกท่านมาหาใคร?”
“พวกเรามาหาคุณหน