ต่อให้พวกเราไปเกรงว่าเขาจะจำไม่ได้”
“ในเมื่อเฟิ่งจิ่วไม่ยอมรับ ผู้ครองแคว้นไม่ยอมช่วยเหลือ มีแต่ต้องไปราชวงศืเฟิ่งหวง อีกอย่างคนไปจะเป็นคนธรรมดาๆ ไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรข้าหวังจะทำให้เฟิ่งจิ่วกลายเป็นแรงหนุนของตระกูลซั่งกวน”
“กลุ่มอำนาจและชื่อเสียงของนางยิ่งใหญ่ เกรงว่าจะไม่ง่ายดายเพียงนั้น” ผู้นำตระกูลซั่งกวนกล่าว ก่อนจะขมวดคิ้วขึ้นมา “ไม่ใช่ว่าท่านไม่ได้ยินว่าวันนี้บนถนนใหญ่นางพูดอย่างไร ท่าทางและน้ำเสียงชัดเจนว่าไม่คิดยอมรับตระกูลซั่งกวนของพวกเรา ข้ากังวลว่าต่อให้ส่งคนไปราชวงศ์เฟิ่งหวง สุดท้ายนางจะไม่ยอมรับพวกเราเหมือนเดิม”
ผู้เฒ่าได้ยินก็สีหน้าถมึงทึง พร้อมแค่นเสียงเย็น “ตระกูลซั่งกวนของเรานับพวกเขาเป็นญาติ ถือเป็นเกียรติสำหรับพวกเขา!”
เห็นเช่นนี้ผู้นำตระกูลซั่งกวนไม่พูดอะไรมากอีก พูดมากไปก็เปล่าประโยชน์ ถึงเวลานั้นค่อยว่ากันเถอะ!
อีกด้านหนึ่ง ยามนี้หญิงสาวรูปโฉมงดงามอ่อนโยนนั่งอยู่เบื้องหน้าเฟิ่งจิ่วที่ชมดอกไม้ในสวนหลวง คนคนนี้คือนางสนมที่กินยาบำรุงโฉมของเธอไป รู้ว่าเธอเข้ามาในวังจึงมาขอบคุณโดยเฉพาะ
“ภูตหมอ ตั้งแต่กินยาบำรุงโฉมของเจ้า รูปโฉมของข้าก็ฟื้นคืนความงามเฉกเช่นตอนอายุสิบเจ็ดสิบแปด แม้แต่ผู้ครองแคว้นเห็นยังตะลึงยิ่ง ข้าได้รับความโปรดปรานอีกครั้ง ทั้งหมดต้องขอบคุณยาอายุวัฒนะของภูตหมอ”
หญิงสาวแสนสวยปานบุปผาน้ำเสียงอ่อนโยน มองอย่างไรก็ไม่เหมือนคนอายุสามสิบกว่า ไม่ว่าผิวพรรณ