“ตลอดปีหม่อมฉันไปเดินข้างนอกแต่งกายเป็นชายสะดวกสบาย นานๆ ไปกิริยาท่าทางของผู้ชายก็เรียนรู้เสียจนเหมือน ท่านผู้ครองแคว้นมองไม่ออกเป็นเรื่องปกติเพคะ”
“ภูตหมอยังวัยเยาว์ ไม่ทราบว่าแต่งงานหรือยัง?”
เฟิ่งจิ่วได้ยินคำพูดนี้ก็หันหน้าเล็กน้อยและมองเขาอย่างแปลกใจ ได้ยินเขายิ้มเอ่ยว่า “เหอะๆ หากข้าบอกว่าไม่คิดอะไรคงเป็นไปไม่ได้ อีกอย่างชื่อเสียงและพรสวรรค์ของภูตหมอ แค่ภูตหมอเป็นองค์หญิงก็พอจะแต่งเข้าแคว้นใหญ่ใดๆ ได้ พูดไปไม่กลัวภูตหมดขบขัน ข้ามีลูกชายสองสามคนโดดเด่นยิ่งนัก หากภูตหมอยังไม่แต่งงาน ไม่มีคนในดวงใจ พบกันเสียหน่อยยังได้ ดูซิว่าพวกเขาเข้าตาภูตหมอได้หรือไม่”
เฟิ่งจิ่วได้ยินเช่นนี้ก็ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ “ขอบคุณความหวังดีของท่านผู้ครองแคว้นเพคะ หม่อมฉันหมายมั่นใครบางคนไว้แล้ว”
“โอ้? มีคนเข้าตาภูตหมอเสียแล้ว? ไม่ทราบว่าเป็นผู้เก่งกาจจากแคว้นใด?” เขาประหลาดใจเล็กน้อย เห็นท่าทางของเฟิ่งจิ่ว อีกทั้งไม่เคยได้ยินว่าข้างกายนางมีผู้ชายคนไหน จะหมายมั่นกับใครได้อย่างไร?
“ไม่ทราบว่าท่านผู้ครองแคว้นเคยได้ยินตำหนักยมราชหรือไม่?” สีหน้าของเธอผ่อนคลายลง มีรอยยิ้มตรงหว่างคิ้ว
“ตำหนักยมราช?”
ผู้ครองแคว้นได้ยินคำนี้สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย หัวใจสั่นไหว “ตำหนักยมราชจะต้องยิ่งใหญ่มาก แม้แต่ตลาดมืดยังยากจะเทียบเคียง มีกลุ่มอำนาจในทุกๆ แคว้น แน่นอนว่าข้ารู้จัก”
แม้ตำหนักยมราชก่อตั้งมาไม่นานมาก แต่กลุ่มอำนาจ