นี่หมายความว่าตระกูลซั่งกวนของพวกเขาหน้าด้านเข้ามาคิดจะประจบนางและนับญาติกับพวกเขาหรือ? คำพูดนี้ดังออกไป หน้าของตระกูลซั่งกวนยังเหลืออีกหรือ?
ผู้นำตระกูลหลายท่านได้ยินเช่นนี้ก็มองหน้ากัน คนหนึ่งในนั้นหัวเราะพลางเดินเข้ามา “ภูตหมอ ผู้นำตระกูลซั่งกวนอาจคิดว่าพวกเขาเป็นตระกูลนักเล่นแร่แปรธาตุ เฟิ่งจิ่วเป็นยอดฝีมือเล่นแร่แปรธาตุ ดังนั้นจึงเป็นคนบ้านเดียวกัน”
กล่าวไปเช่นนี้คนรอบข้างไม่น้อยก็ปิดปากหัวเราะ ใช่! เห็นว่าเขาเป็นภูตหมอและกลั่นยาเซียนเป็น ก็เป็นญาติกันแล้ว? คนตระกูลซั่งกวนเปลี่ยนไปหน้าหนาเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไร หรือว่าไม่สนหน้าแล้ว?
“เจ้า!”
ผู้นำตระกูลซั่งกวนได้ยินคำพูดนั้นก็โมโหเสียจนไฟโทสะเพิ่มขึ้นหน้าแดงก่ำ แล้วได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของทุกคนรอบข้าง ยิ่งโกรธเคืองและอับอายเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่เสียงยังดุดันขึ้นมาทันใด
“เฟิ่งจิ่ว ตามข้ากลับไปบ้านตระกูลซั่งกวนเสีย! ท่านตาของเจ้าอยู่ที่บ้าน เรื่องที่เจ้าไม่รู้ เขาจะบอกเจ้าเอง!”
“ท่านผู้นำตระกูลซั่งกวนสั่งข้าหรือ?”
น้ำเสียงของเฟิ่งจิ่วที่เดิมทีเฉยเมยในยามนี้เปลี่ยนไปเย็นชาและดุร้าย ดวงตาสดใสเงยขึ้น แววตาเย็นเยียบดุดันจ้องมองผู้นำตระกูลซั่งกวน
ผู้นำตระกูลซั่งกวนสบสายตาเย็นเยียบของเฟิ่งจิ่ว หัวใจแทบหยุดนิ่ง แล้วสั่นเทิ้มโดยไม่ตั้งใจ เพียงรู้สึกว่าความหนาวเย็นแล่นขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้าตรงไปถึงหัวใจ
………………………………………………….