ะโยชน์ต่อพวกเขา
ขณะผู้นำตระกูลซั่งกวนมาถึงโรงเตี๊ยม เห็นผู้นำตระกูลคนอื่นๆ นั่งในโรงเตี๊ยม ผู้อาวุโสสามตระกูลซั่งกวนเห็นว่าเขามา หลังจากแปลกใจก็รีบร้อนลุกขึ้นเดินเข้าไป
“ผู้นำตระกูล? เจ้ามาได้อย่างไร?”
“ผู้อาวุโสสาม เฟิ่งจิ่วเล่า? ยังไม่ได้รับคนอีกหรือ?” เขารู้ข่าวก็วิ่งตรงมาที่นี่ ด้วยเหตุนี้จึงพลาดภาพบนถนนใหญ่อีกเส้น
“เจ้าของโรงเตี๊ยมบอกว่าเฟิ่งจิ่วจองห้องและออกไป เดาว่าคงไปเดินเล่นรอบๆ ตอนนี้ยังไม่กลับมาเลย ผู้นำตระกูลท่านอื่นๆ ต่างรอกันที่นี่” ระหว่างพูดเขามองทุกคนด้านใน
“ที่แท้เป็นเช่นนี้” เขาพยักหน้า ยิ้มเอ่ยว่า “ผู้อาวุโสสาม เฟิ่งจิ่วกับตระกูลซั่งกวนของพวกเรา…” เขากำลังจะพูดก็เห็นทหารอารักขาคนหนึ่งลนลานเข้ามา
“แย่แล้ว ท่านผู้นำตระกูล ท่านผู้อาวุโสสาม ตีกันแล้ว คนของพวกเรากับคุณชายเฟิ่งสู้กันขอรับ” ทหารอารักขาวิ่งมาบอกพลางหอบหายใจ
“อะไรนะ? สู้กับคุณชายเฟิ่ง?” ผู้อาวุโสสามส่งเสียงร้องเบาๆ อย่างตกตะลึง พลันไม่สนใจสิ่งอื่นใด พร้อมลากทหารอารักขามาบอกว่า “เร็วเข้า! นำทางไปๆ!”
ผู้นำตระกูลสองสามท่านในโรงเตี๊ยมได้ยินคำพูดของพวกเขาก็มองหน้ากันอย่างประหลาดใจ แล้วตามออกไปพร้อมกัน สู้กับเฟิ่งจิ่ว? คนของตระกูลซั่งกวนใจกล้าเสียจริง! ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น แค่ตลาดมืดก็ทำให้คนไม่กล้ายุ่งเกี่ยว ไม่คิดว่าจะกล้าหาเรื่องเฟิ่งจิ่วอย่างโจ่งแจ้ง? เหอะๆ ครั้งนี้ตระกูลซั่งกวนคิดจะเชิญเฟิ่งจิ่วไปจวนของพว