าครึ่ง
“อ๊าก! พี่ใหญ่ช่วยด้วย!”
มีคนร้องขอความช่วยเหลือระหว่างตกหุบเหว มีบางคนเห็นเช่นนั้นก็ตกใจและหวาดกลัวขึ้นมา จิตมุ่งต่อสู้ถดถอย ยิ่งสู้ยิ่งไม่ใช่คู่มือด้วย จึงร้องอุทานอย่างอดไม่ได้แล้วพยายามจะหนีไป
“คิดหนีรึ?”
สายตาคมกริบของปี้ซานกวาดมอง เท้าเตะเศษหินกระเด็นไปโดนท้ายทอยของพวกนั้นพอดี
“อึก!”
เสียงร้องอู้อี้ดังขึ้นมา แต่ละคนล้มลงพื้น ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังขั้นสูงสุดเห็นภาพเช่นนี้ก็พลันสาวก้าวยาวพุ่งเข้าไป ยื่นมือจะจับตัวเฟิ่งจิ่วในชุดแดง!
“แม้แต่นายท่านของข้ายังกล้ามาล่วงเกิน เจ้ารนหาที่ตายแล้ว!”
ปี้ซานหันหน้ามา เห็นผู้ฝึกตนไร้สำนักยื่นมือหมายจะจับเฟิ่งจิ่ว จึงหันฝีเท้าก้าวเข้าไปในทันที มือข้างหนึ่งคว้าเท้าของฝ่ายตรงข้ามไว้แล้วลากตัวไปข้างหลัง
พวกของเฟิ่งจิ่วกับต้วนเยี่ยเฝ้ามองอยู่เงียบๆ แม้เห็นผู้ฝึกตนหลอมแก่นพลังขั้นสูงสุดโจมตีมาทางพวกตนก็ไม่มีใครหลบเลี่ยง เหมือนรู้ว่าเขาทำร้ายพวกตนไม่ได้
ก็ถูกแล้ว ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังคนหนึ่งคิดจะทำร้ายผู้แข็งแกร่งระดับกำเนิดวิญญาณหรือ โลกนี้จะมีสักกี่คนที่เก่งกาจจนข้ามขั้นไปสังหารระดับกำเนิดวิญญาณได้อย่างเฟิ่งจิ่ว?
กล้าลงมือกับเฟิ่งจิ่ว? เขาอยากตายเร็วนักหรือไร
แต่ว่าฝีมือและกำลังต่อสู้ของปี้ซานทำให้พวกเขาได้เปิดหูเปิดตา เดาว่าหากพวกเขากับปี้ซานสู้กัน พวกเขาก็คงไม่ใช่คู่มือของเขา ปี้ซานเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังขั้นกลางอย่างแท้จริ