นนี้ต่อไปคนข้างในก็อาจบรรลุขั้นสำเร็จ”
สองร้อยกว่าคนได้ยินคำพูดนี้ก็เงียบไปชั่วขณะหนึ่ง คิดว่าด้านในนั้นต้องมีสมบัติแน่ มิเช่นนั้นไม่น่าจะมีคนวางค่ายกลและเขตอาคมที่ซับซ้อนเช่นนี้ไว้ ซ้ำยังบรรลุขั้นอย่างต่อเนื่อง
“ไม่อย่างนั้นก็ใช้วิชาดำดินเถอะ!” มีคนตะโกนขึ้นมา “พวกเราอยู่ที่นี่ตั้งหลายคน ในนี้น่าจะมีผู้ฝึกตนธาตุดินใช่หรือไม่ ใช้วิชาดำดินเข้าไปดูจากใต้ดินเสียหน่อยสิ?”
ทว่าเมื่อได้ยินคำเอ่ยของคนคนนั้น สายตาของทุกคนหยุดลงบนร่างเขาพร้อมกันอย่างน่าประหลาด ประหนึ่งว่าเขาพูดอะไรแปลกๆ หลังจากมองผู้ฝึกตนคนนั้นก็ไม่มีใครไปสนใจเขาอีก แต่หารือกับคนข้างๆ อีกครั้ง
เห็นเช่นนี้ก็เห็นเขาเกาศีรษะ แล้วถามคนด้านข้างว่า “ข้าพูดผิดตรงไหน?”
“นั่นเป็นเพราะเจ้าไม่เข้าใจธาตุดิน แม้มีคนใช้วิชาดำดินเป็นก็เปล่าประโยชน์ ผ่านค่ายกลได้แต่ผ่านเขตอาคมไม่ได้ หากคิดจะผ่านเขตอาคมต้องขุดไปใต้ดินลึกแค่ไหนเจ้ารู้หรือไม่?”
“ไม่รู้ ขุดใต้ดินก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ?” คนคนนั้นเอ่ยถาม
“ฮึ! ไม่รู้เรื่องก็อย่าตะโกนซี้ซั้ว” คนข้างๆ เอ่ยด้วยและไม่สนใจเขาอีก
เวลาหนึ่งวันผ่านไปอีกเช่นนั้น พลบค่ำมาเยือน ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง รอบด้านก็เปลี่ยนไปมืดสนิทอีกครั้ง ทุกคนอดร้อนใจไม่ได้ ฟ้ามืดแล้วไม่อาจทำลายค่ายกล สายฟ้าครั้งที่สามจะผ่าลงมาเช่นนี้หรือไม่?
ขณะกำลังคิดก็เห็นชั้นเมฆบนฟ้าหมุนตลบ สายฟ้าแลบเส้นหนึ่งวาดผ่านไป สายฟ้าครั้งสุดท้ายผ่าลงมา พร