่ากันไว้ก่อนหน้านี้ดีกว่า ขอแค่ของวิเศษสักชิ้นสองชิ้นรวมถึงหากมียาอายุวัฒนะกับยาก็มาให้ข้าเป็นพอ”
“หึ! เจ้าเห็นพวกเราเป็นคนโง่หรือไร? คนพวกนี้เข้าไปจะไม่ปล้นพวกเราหรือ?” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งยิ้มเยาะ สายตาไม่เป็นมิตรจ้องมองคนของชายชราทางนั้น
“ไม่หรอก พวกเขาแค่คุ้มกันข้าเข้าไป เพราะข้าไม่ไว้วางใจพวกเจ้าเช่นกัน ใครจะรู้ว่าหลังจากพาพวกเจ้าเดินเข้าไปข้าจะโดนพวกเจ้าฆ่าหรือเปล่า” เขาก็ระวังตัวเหมือนกัน! ใช้ชีวิตมาหนึ่งชั่วอายุคน จะไว้เนื้อเชื่อใจคนจริงๆ ได้อย่างไร?
คนกลุ่มนั้นได้ยินคำพูดนี้ก็กัดฟัน จ้องมองคนพวกนั้น แล้วเห็นคนรอบข้างจับจ้องกันไม่น้อย แววตาจึงเป็นประกาย เอ่ยว่า “ได้ พวกเราจะเข้าไปด้วย!”
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถึงเวลานั้นก็อย่าหาว่าพวกเขาแก่งแย่งผลประโยชน์แล้วกัน!
ดังนั้นคนสองกลุ่มจึงเดินเข้าไปในค่ายกลภายใต้การนำทางของชายชรา คนอื่นๆ เห็นพลันจิตใจสั่นไหวเล็กน้อย แอบคิดว่า ‘คนพวกนี้แค่มองก็รู้ว่าเพิ่งเข้ามาที่นี่ไม่นานมาก ถึงไม่คุ้นชินกฎและอันตรายในนี้’
สถานการณ์เช่นนี้ไม่รู้แจ้งถึงศัตรูก็กล้าเข้าไปสำรวจโดยพลการ เป็นการรนหาที่ตายโดยแท้ อีกอย่างในหมู่คนพวกนั้นพละกำลังอ่อนสุดเป็นระดับหลอมแก่นพลังขั้นกลาง วรยุทธ์เช่นนี้ยังกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ไม่ไหวเลยจริงๆ
มีคนพวกนี้สำรวจเส้นทางก็ดี พวกเขาจะลองดูว่าคนข้างในค่ายกลเป็นใครกันแน่? เป็นผู้ฝึกตนไร้สำนัก? คนของตระกูลหนึ่ง? หรือจะเป็นผู้ฝึกวิชามา