นำไข่ใบนี้ออกไป แล้วส่งไปขายประมูลอาจขายได้ราคาไม่ธรรมดา
แต่ไข่ใบใหญ่เพียงนี้จะนำออกไปเช่นไร? แล้วจะกะเทาะเปลือกออกมาตอนไหนหรือไม่?
“หนิงหลาง?”
ผ่านไปอีกสักพักหนึ่ง เมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยของเฟิ่งจิ่วดังมา เขาก็ดวงตาเป็นประกายในทันที มองไปข้างนอกตามเสียงนั้น
“เฟิ่งจิ่ว? เฟิ่งจิ่วข้าอยู่ตรงนี้ อยู่ตรงนี้” เขาตะโกนอย่างตื่นเต้น เมื่อลุกขึ้นมองร่างสีแดงที่เหยียบขนนกบินมา ทั้งหัวใจก็ตื่นเต้นไปหมด
เฟิ่งจิ่วมองไปรอบๆ สังเกตเห็นร่างนกอินทรีที่นอนบนยอดหินไม่ไกล มันนอนตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อน ถึงจะเข้ามาตรงที่หนิงหลางอยู่ เพียงเข้าใกล้ก็พบว่าตรงนั้นวางเขตอาคมไว้
“ตรงนี้มีเขตอาคม ข้าลองทำลายแล้ว แต่ไม่ได้เลย เฟิ่งจิ่ว ข้าออกไปไม่ได้ทำอย่างไรดี?” เขาเอ่ยอย่างกังวลใจเล็กน้อย ในอ้อมแขนยังกอดไข่นกอินทรีไว้
“เจ้าไม่เป็นอะไรกระมัง? บาดเจ็บหรือไม่?” เธอพินิจมองเขาหัวจรดเท้า สายตามองผ่านไข่ใบนั้นที่เขากอดไว้ในอ้อมอก
หนิงหลางส่ายหน้า “ข้าไม่บาดเจ็บแต่ตกใจ ตอนนี้ขาก็อ่อนแรง”
เธอได้ยินคำพูดนี้ก็กลอกตาอย่างหมดคำพูด “เอาล่ะ ไม่บาดเจ็บก็ดี เจ้าถอยหลังไปหน่อย ข้าจะทำลายเขตอาคมเสียก่อน” เธอส่งสัญญาณให้เขาถอยหลัง
“เขตอาคมทำลายไม่ได้ ซ้ำยังประหลาดมาก ที่นี่ทำไมถึงมีเขตอาคม? หรือว่านกอินทรีตัวนั้นวางเขตอาคมเป็น?” เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย ในใจคิดไม่กระจ่าง
เฟิ่งจิ่วอธิบายว่า “นี่ไม่ใช่เขตอาคมธรรมดา เป็นเขตอาคมดวงจิ