เมื่อครู่คงอาศัยตอนพวกท่านสลบไปกันหมดฆ่าพวกท่านทีละคนและขโมยสิ่งของติดตัวของพวกท่านไปแล้ว ใช่หรือไม่?”
“ดังนั้นจึงบอกว่าพวกเราช่วยคนมากมายเพียงนี้ อีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บ จะมีค่าช่วยชีวิตอะไรนิดหน่อยก็เป็นเรื่องปกติมาก พวกท่านว่าใช่หรือไม่?” เขายังคงยิ้มแย้มเหมือนไม่เห็นว่าคนของตระกูลนั้นสีหน้าเคร่งเครียดในความตกตะลึง ดวงตาที่หรี่กลายเป็นเส้นมองไม่เห็นแววตาและท่าทีในดวงตา
“เช่นนี้จะต่างอะไรจากตีชิงตามไฟ?” ผู้ฝึกตนอายุสามสิบกว่ากำหมัดพลางตะโกนกราด ชัดเจนว่าไม่คิดว่าเด็กหนุ่มพวกนี้จะกล้าเสนอราคาพวกเขาเช่นนี้
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวขอบคุณพวกเขาด้วยตนเอง นึกไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มยังกล้าเรียกร้องเงินและของวิเศษจากพวกเขา?
“หา? ท่านกล่าวเช่นนี้ได้อย่างไร? เห็นชัดๆ ว่าพวกเจ้าช่วยพวกท่านนะ!” หนิงหลางมองเขาอย่างไม่ชอบใจ “พวกท่านไม่ได้ยินหรือ? ผู้ฝึกวิชามารพวกนั้นบอกว่าฆ่าผู้ชายเสีย ผู้หญิงจับกลับไป หากพวกเราไม่ช่วยเหลือ พวกท่านก็ตายไปเสียจนตายไม่ได้อีกตั้งนานแล้ว ตอนนี้ข้าเก็บค่าช่วยชีวิตจากพวกท่านบ้าง ทำไม? ไม่อยากให้หรือไร?”
“เจ้า!”
“เอาล่ะ!” ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณตะโกนเสียเข้ม ดวงตาเฉียบคมกวาดมองผู้ชายที่พูดไป “ใครให้เจ้าไร้ระเบียบเช่นนี้? ยังไม่ถอยไปอีก!”
ชายคนนั้นกัดฟันอย่างโกรธเคือง ทำได้เพียงขานรับและถอยออกมา
“เช่นนี้ถูกต้องแล้ว ใครให้ท่านไม่มีระเบียบ ไม่ดูเสียหน่อยเล่า พวกเราเป็นผู้มีพระ