งของอื่นๆ ข้าไม่ชอบ แต่เงินอะไรนี่กลับไม่อาจต้านทาน”
เขารับถุงฟ้าดินมาและตรวจดูต่อหน้า ถึงจะเก็บเข้าในห้วงมิติไป จากนั้นค่อยบอกพวกเขาว่า “เช่นนั้นพวกเราขอลา มีโอกาสค่อยเจอกันอีก”
พูดจบจึงทยอยออกไปพร้อมพวกของเฟิ่งจิ่ว ไม่นานนักก็หายไปจากสายตาของคนพวกนั้น
“ท่านผู้อาวุโสสูงสุด เจ้าเด็กนี่อวดดีนัก นึกไม่ถึงว่าจะเปิดถุงฟ้าดินตรวจดูต่อหน้า เขาไร้มารยาทเช่นนี้ ทำไมท่านผู้อาวุโสสูงสุดยังปฏิบัติอย่างสุภาพเพียงนี้?”
“ใช่ พวกเขามีแค่ห้าคน อีกอย่างพละกำลังก็อยู่แค่ระดับสร้างรากฐาน หากพวกเราจะสู้ พวกเขาไม่รอดแน่ๆ”
“คนพวกนี้โอหังเหลือเกินจริงๆ ท่านผู้อาวุโสสูงสุดแจ้งแซ่ของตนเองและถามชื่อพวกเขา นึกไม่ถึงว่าจะไม่แยแส”
“เอาล่ะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำน่าเกรงขามลอยมาจากปากของผู้อาวุโสสูงสุด พร้อมด้วนแรงกดดันระดับกำเนิดวิญญาณ ทำให้พวกเขาเงียบปากไปกันทันที แต่ละคนไม่กล้าปริปาก
“พวกเจ้าคิดว่าจะรังแกคนพวกนี้ได้ง่ายๆ? และเค้นคอฆ่าได้ตามใจหรือ?” ผู้อาวุโสสูงสุดมือไพล่หลังหันมากวาดมองทุกคนข้างหลัง กล่าวว่า “พวกเจ้าโชคไม่ดีกระมัง? หรือไม่รู้ว่ากลิ่นอายพลังวิญญาณในร่างของพวกเรายังไม่ฟื้นคืนมา?”
………………………………………………….