ขาสองคนสู้ไม่ได้ ก็ยังมีเคล็ดวิชาลับของตระกูลอีกทั้งธาตุของตนเองมาสู้ได้
แต่ดูท่าทางพวกเขาจะไม่ได้ใช้แล้ว ไม่ว่าอย่างไร แค่ขจัดอันตรายได้ก็พอ
หลังจากทั้งคู่ถอนหายใจและเก็บกลิ่นอายพลังวิญญาณ หนิงหลางซึ่งบาดเจ็บน้อยที่สุดจึงรีบวิ่งเข้าไปประคองต้วนเยี่ยที่บาดเจ็บตรงท้อง “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง มาๆๆ นั่งลงก่อน”
หนิงหลางพยุงเขามานั่ง แล้วรีบร้อนหยิบยามาพันแผลให้ ตอนเห็นเลือดมากมายที่ไหลออกมาตรงท้อง ก็อดตกใจไม่ได้ “ทำไมบาดเจ็บหนักเพียงนี้?” ขณะกำลังจะใส่ยาก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังมา
“ให้ข้าจัดการเถอะ!”
เฟิ่งจิ่วเดินเข้ามาโดยมีกลืนเมฆาตามอยู่ข้างกาย ก่อนจะนั่งลงตรวจดูบาดแผลข้างๆ ต้วนเยี่ย พลางบอกหนิงหลางว่า “เจ้าไปดูแผลของพวกเขา ช่วยทำแผลให้ที”
“ได้”
หนิงหลางเห็นว่าเป็นเฟิ่งจิ่ว จึงค่อยเดินไปอย่างวางใจ ประคองซ่งหมิงกับลั่วเฟยสองคนเข้ามา ช่วยพวกเขาทำแผลตามร่างกายเสียก่อนพลางพึมพำไม่หยุด “พวกเจ้าดู นี่เป็นผลจากการไม่เลือกของวิเศษให้ดีๆ เจ้าบอกตระกูลของพวกเจ้าก็ไม่เล็ก ซ้ำยังมีเงินทอง ทำไมไม่รู้จักหาเสื้อวิเศษป้องกันตัวอย่างข้ามาสักสองสามตัว? อย่างน้อยๆ สู้กับใครจะได้ไม่บาดเจ็บมากนัก!”
พวกเขาได้ยินหนิงหลางพูดก็กลอกตา ของเช่นนี้หากต้องการก็มีได้เลยเสียที่ไหน ของวิเศษเอาตัวรอดของเขา ปกติพบเจอได้แต่เรียกร้องมาไม่ได้ หากใช้เงินซื้อมาได้ตามใจชอบ ถนนใหญ่คงมีขายกันเกลื่อนแล้ว
อีกด้าน เฟิ่งจิ่วตรวจดูบาดแผล