ีบไปเก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อยอีก?” เธอเอ่ยเปรย ก่อนจะเดินไปพิงต้นไม้ข้างๆ โดยไม่พูดอะไร
“ได้ เช่นนั้นพวกเจ้าก็พักผ่อนเถอะ”
หนิงหลางกล่าวจบก็จัดการเรื่องด้านหลังด้วยความรวดเร็ว หลังจากแน่ใจว่าผู้ฝึกวิชามารไม่มีเหลือรอด ถึงจะเก็บถุงฟ้าดินต่างๆ บนตัวพวกเขามา ไม่ถึงครึ่งก้านธูปก็กลับมาข้างกายพวกเขา
“ผู้ฝึกวิชามารพวกนี้ต้องปล้นชิงสิ่งของมาไม่น้อยแน่ ข้าดูแล้ว ในถุงฟ้าดินมีของเยอะแยะเลย” หนิงหลางพูดพลางแบ่งของเป็นสองสามส่วนและยื่นให้พวกเขา แม้แต่เฟิ่งจิ่วยังได้ไปส่วนหนึ่ง
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร นี่เป็นระเบียบเริ่มต้นไปแล้ว เฟิ่งจิ่วก็เก็บของมาโดยไม่ปฏิเสธเช่นกัน
“คนพวกนั้นคล้ายจะโดนวางยาแล้วยังสลบอยู่” หนิงหลางมองเฟิ่งจิ่ว เอ่ยว่า “ข้าเพิ่งลองดู เรียกพวกเขาไม่ตื่นเลย กดจุดเหรินจงก็ไม่ได้ผล จะปลุกพวกเขาอย่างไรดี?”
เรื่องวางยา เฟิ่งจิ่วน่าจะรู้เรื่อง
เฟิ่งจิ่วเห็นเช่นนี้ก็ขยับแขนเสื้อ ยื่นขวดใบหนึ่งให้เขา “วางตรงจมูกให้พวกเขาได้กลิ่น ตื่นมาแน่นอน”
“ได้”
หนิงหลางรับมา แล้ววิ่งเหยาะๆ ไปทางนั้น เริ่มจากวางขวดไว้ใต้ลมหายใจของหนึ่งในนั้น ไม่นานนักก็เห็นเขาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ
“ตื่นแล้วหรือ มาๆ เจ้ายื่นไปให้พวกเขาดมเสียหน่อย พวกเขาก็จะฟื้นเหมือนกัน” หนิงหลางยื่นขวดในมือไปให้เป็นนัย
ฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้แข็งแกร่งระดับกำเนิดวิญญาณ ยามนี้มองเด็กวัยรุ่นตรงหน้าที่ชัดเจนว่าแต่งตัวเป็นเด็กผู้หญิง แต่เส