ั่น นึกไม่ถึงว่างูยักษ์จะเงยหน้าขึ้นมา ใช้ดวงตาดุร้ายกระหายเลือดมองผ่านร่างพวกเขา หลังจากสังเกตรอบหนึ่งแล้วถึงหดกลับไป ประหนึ่งกำลังหาอะไรบางอย่าง มองข้ามพวกเขา แล้วเข้าไปยังส่วนลึกในป่าต่อ
ทุกคนบนฟ้าเห็นเช่นนี้ก็ถอนหายใจเบาๆ มองงูยักษ์ห่างออกไปไกล ขณะเลื้อยหางของมันยังตบพื้นดินบ่อยครั้ง คล้ายกำลังบอกว่า ‘ข้ามาแล้ว’ พวกเขาเห็นแล้วสั่นกลัวทว่าก็สงสัยด้วย
งูตัวนี้กำลังหาอะไร?
ส่วนเฟิ่งจิ่ว ยามนี้เธอกำลังนั่งขนนกบินกลับเพื่อหลบเลี่ยงงูบนพื้น พลางสังเกตเบื้องล่างว่ามีงูยักษ์โผล่มาหรือไม่
จนตอนนี้เธอก็ยังไม่เข้าใจ งูยักษ์กินยาอายุวัฒนะของเธอไปทำไมไม่ตัวระเบิดตาย แต่เหมือนจะบรรลุขั้น หนำซ้ำยังกลายพันธุ์ด้วย? แล้วทำไมบนหัวถึงมีก้อนใหญ่สีแดงปูดขึ้นมา?
ตอนกำลังคิดก็พลันเกิดเสียงดังฟุ่บ จิตสังหารพุ่งจากพื้นดินขึ้นมาหาเธอ ขณะที่เธอเรียกสติกลับมาก็หลบอาวุธลับที่ยิงมาหา สายตาคมกริบมองไปข้างล่าง
ผู้ฝึกวิชามารสิบกว่าคนขี่กระบี่ขึ้นมาจากด้านล่าง กระจายตัวไปรอบๆ และเข้าล้อมเฟิ่งจิ่วไว้ แต่ละคนจ้องมองอย่างมุ่งร้าย ว่ากันตามจริงคือจับจ้องขนนกบินที่เธอนั่งอยู่
“ขนนกเคลือบหลากสี เจ้าหนู เจ้ามาจากไหน?” ผู้ฝึกวิชามารคนหนึ่งจ้องเฟิ่งจิ่วพลางถาม นัยน์ตาเปิดเผยความละโมบอย่างโจ่งแจ้ง
เฟิ่งจิ่วชายตามองพวกเขา “ได้มาจากไหนแล้วอย่างไร คิดจะปล้นกันรึ? พวกเจ้ามีฝีมือหรือไร?” ในหมู่สิบสามคน สิบคนในนั้นเป็นผู้ฝึกตนร