พวกนั้นด้วยสีหน้าเบิกบาน…
“เจ้าพวกนี้ต้องลักทรัพย์คนมาไม่น้อยแน่ๆ ดูสิ ในถุงฟ้าดินล้วนมีสิ่งของมากมาย หนำซ้ำคนหนึ่งยังไม่พกแค่ใบเดียว” หนิงหลางปล้นของอยู่ตรงนั้น ตักตวงไปพลางเอ่ยอย่างตื่นเต้น ไม่นานนักในอ้อมแขนของเขาก็กอดถุงฟ้าดินมายี่สิบกว่าใบ
เฟิ่งจิ่วเดินเข้ามา มองบาดแผลบนร่างคนอื่นๆ เห็นว่าร่างกายพวกเขาล้วนมีบาดแผลหนักเบาต่างกันไป มีเพียงหนิงหลางบาดเจ็บเล็กน้อยตรงแขนเท่านั้น เห็นเขาไม่สนใจแผลบนร่าง ซ้ำยังเก็บดาบและกระบี่พวกนั้นลิงโลดใจ เธอก็อดลูบๆ หน้าผากไม่ได้
“หนิงหลาง เก็บของมีค่าก็พอ ดาบกระบี่พวกนั้นล้วนไม่มีราคา อย่าเก็บไปเลย” เจ้าหมอนี่ไม่เว้นเลยสักนิดจริงๆ ไม่ดูเสียบ้างว่าดาบกระบี่ธรรมดาๆ พวกนั้นจะได้ราคาสักเท่าไรเชียว?
“ไม่เอาหรือ?”
ในอ้อมแขนของเขากอดดาบกระบี่ไว้หลายเล่ม ยามนี้ได้ยินเฟิ่งจิ่วเอ่ยเช่นนี้ก็คิดๆ แล้วโยนดาบกระบี่กลับไปบนพื้น “ได้สิ ไม่เอาก็ไม่เอา อย่างไรเสียภายหน้าคงมีอีก ข้าจะเก็บถุงฟ้าดินอะไรพวกนี้ไปเป็นพอ ทีหลังสัมภาระจะได้ไม่มากเกินไป”
คนอื่นได้ยินเขากล่าวเช่นนี้ มุมปากกระตุก ต่างส่ายหน้ากัน
เฟิ่งจิ่วมองไปรอบๆ และบอกว่า “กลิ่นคาวเลือดตรงนี้ค่อนข้างแรง จะอยู่นานไม่ได้ ไปกันเถอะ! หาที่พักก่อนพวกเจ้าค่อยทำแผล”
“ได้” พวกเขาขานรับ แล้วประคองกันลุกขึ้นมาเดินหน้าไปพร้อมๆ กัน ออกไปจากที่นี่ก่อนค่อยว่ากัน
มาถึงสถานที่ที่ไม่มีกลิ่นคาวเลือด พวกเขานั่งบนพื้นหญ้าและ