ู้หญิงลอยมาจากด้านหลัง ฝีเท้าชะงักและหันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เห็นว่าผู้ฝึกตนยี่สิบกว่าคนพลันกระโจนออกมาบริเวณด้านหลัง ในนั้นมีสองสามคนเป็นผู้หญิง
“เป็นอุบายจริงๆ ด้วย!” ซ่งหมิงลูบๆ ศีรษะ ส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้พวกของเฟิ่งจิ่ว “แต่ข้าเห็นแต่แรกว่าไม่ปกติ ดังนั้นจึงไม่คิดจะพานางไปด้วยกัน”
เคยเดือดร้อนไปครั้งหนึ่ง ในใจจึงระวังมากขึ้น อีกทั้งอยู่ในเทือกเขาอเวจีจะชะล่าใจไม่ได้ ไม่นึกว่าผู้หญิงคนนี้เห็นว่าเขาไม่หลงกล คนในมุมมืดก็โผล่ออกมาเช่นนี้
ผู้ฝึกตนยี่สิบกว่าคนพละกำลังอยู่ระหว่างระดับสร้างรากฐานขั้นกลางกับขั้นสุดท้าย ในนั้นมีเพียงสองคนเป็นวรยุทธ์ระดับหลอมแก่นพลัง กองกำลังอิสระไร้ซึ่งระเบียบคงเป็นผู้ฝึกตนไร้สำนัก
เฟิ่งจิ่วมองคนพวกนั้น จากนั้นค่อยบอกพวกเขาว่า “ดี คนพวกนี้ให้พวกเจ้าฝึกฝีมือ เจอคนใช้อุบาย พวกเจ้าจะปล้นสมบัติเงินทองของศัตรูมาให้หมดข้าก็ไม่ถือสา”
ได้ยินคำพูดนี้คนที่ตื่นเต้นที่สุดคือหนิงหลาง ดวงตาบนใบหน้าน่ารักเจ้าเนื้อเป็นประกายขึ้นมา และพรั่งพรูไปด้วยรัศมีเริงร่า “จริงหรือ? พวกเราปล้นคนอื่นในนี้ได้หรือ?”
ซ่งหมิงกับต้วนเยี่ยรวมถึงลั่วเฟยมองหนิงหลางอย่างหมดคำพูดไปบ้าง คนในนี้จะปล้นได้ง่ายเพียงนั้นจริงหรือ? ไม่เห็นหรือว่ากำลังของศัตรูล้วนอยู่ระดับสร้างรากฐานขั้นกลางและขั้นสุดท้าย ในนั้นยังมีผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังสองคน?
เฟิ่งจิ่วเอ่ยออกมาเช่นนั้น คิดจะมอบประสบการ