ู่โจมไปทางเฟิ่งจิ่วเฉกเช่นกรงเล็บภูตผี เพียงเห็นเขาพลิกฝ่ามือและเปลวไฟก็ลุกโชน กิ่งไม้ที่ยื่นเข้าไปพวกนั้นหลบไม่ทันโดนไฟเผา จึงหดกลับไปเสียงดังฟิ้ว
พวกเขาเห็นภาพเช่นนี้ หัวใจที่หวั่นๆ ผ่อนคลายลงเล็กน้อย โชคดีปีศาจต้นไม้กลัวไฟจริงๆ ด้วย เช่นนี้ก็จัดการง่ายแล้ว ตราบใดที่พวกเขามีคบเพลิง จะทะลุผ่านป่านี้ไปได้โดยไม่ต้องสู้
เฟิ่งจิ่วสาวก้าวเดินไปข้างใน ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยามก็เดินกลับมาทางเดิม บอกพวกของต้วนเยี่ยว่า “แถบนี้ล้วนเป็นต้นไม้ปีศาจ ไม่เห็นสัตว์ร้ายอะไรเลย แต่ไม่คิดว่าเดินไประยะหนึ่งก็หายาทิพย์พบ เกินความคาดหมายไปบ้าง”
“ยาทิพย์? ยาทิพย์อะไรกัน? มีราคาหรือไม่?” หนิงหลางเห็นเขากลับมาก็เร่งฝีเท้าเข้าไปถาม
“เป็นยาทิพย์อายุร้อยปี ไปด้านนอกก็มีราคานิดหน่อย” เธอยิ้มๆ หลังจากหยิบยาทิพย์นั้นมาให้พวกเขาดูก็เก็บไป
หนิงหลางเห็นเช่นนี้ ดวงตาเป็นประกายขึ้นมา เอ่ยว่า “เป็นแดนสมบัติอย่างที่คิดไว้เลย! เจ้าเพิ่งเข้าไปราวๆ ครึ่งชั่วยามก็หายาทิพย์พบ ไม่แน่ว่าไปลึกอีกจะมากขึ้น”
“เอาล่ะ ทุกคนกินอะไรกันหน่อย จากนั้นค่อยพักผ่อน” เธอพูดจบก็เดินไปนั่งลงข้างๆ พวกเขา ทว่าเวลานี้พลันได้ยินเสียงซ่าๆ แว่วมา พวกเขาตกใจและมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว
“เสียงอะไรน่ะ?”
“ดูสิ! ตรงนั้น!” หนิงหลางเบิกตาโต พร้อมมองสัตว์กลุ่มใหญ่ที่บินมามืดๆ ด้วยความตกใจ เอ่ยถามอย่างติดอ่างว่า “นะ นั่นอะไร? ทำไมคล้ายค้างคาวเพียงนั้น?”
“คล้