เฟิ่งจิ่วที่นั่งกินอาหารเช้าในลานบ้านบอกพวกเขาว่า “กินอาหารเช้าเสร็จจะไปบอกลาพวกของผู้นำตระกูล”
“ต้องไปแล้วหรือ? เร็วเพียงนี้เชียว?”
ทั้งสามมองเขาอย่างประหลาดใจ อันที่จริงอยากจะถามมากๆ ว่า ‘ลั่วเฟยยังไม่กลับมาเลย! จะไปจริงๆ หรือ?’
“ทำไม? หรือพวกเจ้าพักจนติดใจแล้ว?” เธอชายตามองพวกเขาเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม
“เหอะๆ ได้อย่างไรเล่า” ทั้งสามหัวเราะเจื่อนๆ รีบนั่งกินอาหาร จากนั้นค่อยตามเขาไปบอกลาสามีภรรยาตระกูลลั่วยังเรือนด้านหน้าพร้อมๆ กัน
“ต้องไปแล้วหรือ? พวกเจ้าเพิ่งมาเมื่อวาน วันนี้ก็จะไป? ไม่พักอีกสองสามวันเล่า?” หลังได้ยินคำพูดของพวกเขา ผู้นำตระกูลลั่วก็ตะลึงเล็กน้อย
ลั่วฮูหยินเห็นท่าทางก็มองพวกเขาพลางเอ่ยว่า “นานๆ ทีเพื่อนจะมาบ้าน พวกเจ้าก็พักหลายๆ วันเถอะ! เฟยเอ๋อร์ยังไม่ทันพาพวกเจ้าไปเดินเล่นในเมือง จะไปเช่นนี้ พวกเราเกรงใจเล็กน้อย รู้สึกว่ารับรองได้ไม่ดี”
“ไม่หรอกขอรับ แค่พวกเราอยู่ที่นี่นานไม่ได้” เฟิ่งจิ่วยิ้มเอ่ย กล่าวว่า “ออกมาหลายวันแล้ว วันนี้เข้ามากล่าวลาพวกท่าน และบอกพวกท่านเสียหน่อย ว่าข้าจะพาลั่วเฟยไปด้วย”
“เฟยเอ๋อร์จะไปด้วย? เขายอมไปกับพวกท่านหรือ?” ลั่วฮูหยินแปลกใจเล็กน้อย
พวกของต้วนเยี่ยได้ยินเช่นนี้ก็ยิ้มๆ โดยไม่พูดอะไร เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ มองยังสามคนข้างๆ บอกว่า “ตอนแรกเริ่มพวกเขาสามคนก็ไม่ยอม”
หมายความว่าแม้ตอนนี้ไม่ยอม เวลานานเข้าจะเชื่อฟังอย่างว่าง่าย
สามีภรรยาตร