ู้ฝึกตนสองคนไม่เห็นว่า หลังจากพวกเขาออกจากห้องไปเงียบๆ ร่างหนึ่งก็เดินออกมาจากมุมมืดในห้อง กำลังจ้องมองคนที่โดนคลุมถุงกระสอบแบกไปอย่างคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
เฟิ่งจิ่วหาวหวอดและนวดคอ จากนั้นจึงเอนกายนอนบนเตียง ครั้งนี้ในที่สุดก็นอนหลับอย่างสบายใจได้แล้ว ส่วนที่ว่าลั่วเฟยที่โดนแบกไปคืนนี้จะเจออะไรบ้าง? เหอะๆ เธอไม่สนใจหรอก
ต้วนเยี่ยหนิงหลางรวมถึงซ่งหมิงทั้งสามคนรู้ว่าคืนนี้จะไม่สงบตั้งแต่ตอนงานเลี้ยงแล้ว ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงแสร้งเมาและรอคอย ดูว่าคืนนี้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
เดิมทีพวกเขาพักเรือนเดียวกับเฟิ่งจิ่ว แค่อยู่คนละห้องกันเท่านั้น พวกเขาที่เป่าดับไฟแล้วจึงมารวมกันในห้องห้องหนึ่ง ภายในห้องมืดสนิทเห็นผู้ฝึกตนสองคนอาศัยความมืดเข้าห้องของเฟิ่งจิ่ว ไม่นานนักก็เห็นพวกเขาแบกถุงกระสอบใบหนึ่งออกมา คนทั้งสามมองหน้ากันโดยทันที
“จับใส่ถุงกระสอบแบกไป?” หนิงหลางถามด้วยความตะลึง
ซ่งหมิงลูบๆ คาง “เฟิ่งจิ่วไม่น่าหลงกลง่ายดายเพียงนั้น! เรื่องที่แม้แต่พวกเรายังมองออก เขาไม่น่าจะมองไม่ออก”
“ใช่ หนำซ้ำพวกเจ้าไม่สังเกตหรือ อสูรน้อยกลืนเมฆาตัวนั้นตั้งแต่กลับมายังไม่เห็นเลย ไม่รู้ไปเดินเล่นที่ไหน”
“จริงด้วย ความรู้สึกเช่นนี้คล้ายกับว่า…” หนิงหลางขบคิด ลูบๆ ศีรษะแล้วพลันตบหน้าขา “ใช่แล้ว! เหมือนครั้งก่อนที่เขาขุดหลุมพรางให้ข้ากระโดดลงไปเลย!”
ต้วนเยี่ยได้ยินก็เหลือบมองเขา “เจ้าขุดหลุมเองกระโดดลงไปเ