กระเซ็น ร่างนั้นร่วงลงไป วิญญาณต้นสีเลือดกลับพุ่งออกจากร่าง หมายจะหนีไปอย่างตื่นกลัว จากนั้นเกาทัณฑ์ดอกที่สองก็ยิงมาอีกครั้ง มันพุ่งทะลุผ่านร่างวิญญาณต้นสีเลือด วิญญาณต้นร่วงหล่นและถูกอสูรกลืนเมฆาที่กระโจนเข้ามากลืนลงไปพอดี
ต้วนเยี่ยกับหนิงหลางสองคนอึ้งไปพักหนึ่ง มองไปยังทิศทางที่เกาทัณฑ์ถูกยิงมา ก็เห็นซ่งหมิงยืนบนภูเขาไม่ไกล มือยังถือคันธนูไว้
“เจ้าบ้า! นั่นของวิเศษอะไรกัน? ดูท่าทางจะไม่ใช่คันธนูทั่วไป”
หนิงหลางเอ่ยด้วยความสงสัยพลางจ้องมองคันธนูในมือของซ่งหมิง พบว่าเกาทัณฑ์ที่ยิงออกมาลอยกลับเข้ามือของเขาเองเสมือนมีจิตวิญญาณ จึงยิ่งมั่นใจว่านั่นเป็นสมบัติระดับของวิเศษอย่างแน่นอน
“ผัวะ! ฟิ้วๆ! ผัวะ!”
เสียงการต่อสู้ทางนั้นลอยมา ดึงความสนใจของพวกเขากลับไป เห็นเพียงเฟิ่งจิ่วกำลังประมือกับผู้ฝึกตนหญิงระดับกำเนิดวิญญาณคนที่เหลือ ผู้ฝึกวิชามารระดับกำเนิดวิญญาณรู้ว่าตนเองถึงคราวยากจะหนีพ้น ด้วยเหตุนี้จึงคิดสู้ตายโดยแทบจะไม่ออมแรง
ในยามนี้นางไม่หวังลมๆ แล้งๆ อีกว่าจะฆ่าศัตรูได้ คิดแค่ว่ารักษาชีวิตตัวเองได้ก็ไม่เลวแล้ว เพียงแต่ยิ่งสู้ไปยิ่งคิดว่าศัตรูอาจหาญขึ้นทุกที พูดได้ว่าเด็กหนุ่มชุดแดงนามเฟิ่งจิ่วคนนี้เกิดมาเป็นนักสู้
เขาว่องไวนัก ลงมืออย่างมีเล่ห์เหลี่ยมและป่าเถื่อน ไม่เหมือนผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังขั้นกลางเลย กลับคล้ายตัวประหลาดเฒ่าระดับกำเนิดวิญญาณขั้นสูงสุด ทำให้ผู้คนหวาดกลัวยิ่งนั