ิ่งจิ่ว! เจ้าเป็นใครกันแน่!”
ร่างหญิงทั้งสามมายังเบื้องหน้าของเฟิ่งจิ่ว พวกนางเหวี่ยงลูกศิษย์ที่พุ่งเข้ามาพวกนั้นถอยไป พลางมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่เผยวรยุทธ์ระดับหลอมแก่นพลังขั้นกลาง ในดวงตาเผยความเคร่งขรึม
อายุกระดูกของเด็กหนุ่มแค่สิบเจ็ดสิบแปดปี กลับมีวรยุทธ์ระดับหลอมแก่นพลังขั้นกลางแล้ว พละกำลังที่น่าเหลือเชื่ออย่างนี้ แม้เป็นตระกูลใหญ่ยังชุบเลี้ยงปีศาจเช่นนี้ออกมาไม่ได้เลย มิหนำซ้ำเขาถือครองกระบี่คมพยับ เผยแรงกดดันและกลิ่นอายดุดันบนร่างอย่างเต็มที่ กลิ่นอายข่มขวัญคนอันน่าสะพรึงและความน่าเกรงขามเช่นผู้เหนือกว่ายิ่งทำให้พวกนางหวาดกลัว
เขาไม่ใช่นักเรียนสำนักศึกษาสองดาราทั่วไปเป็นแน่!
เฟิ่งจิ่วได้ยินเช่นนี้ก็กวัดแกว่งกระบี่คมพยับในมือ ลำแสงสีดำวาดผ่านเป็นเส้นโค้งครึ่งวงกลม แล้วฟันไปที่ขาของคนทั้งสาม เธอมองผู้หญิงสามคนนั้นพลางยกริมฝีปากยิ้ม “ตอนนี้อยากถามว่าข้าเป็นอะไรๆ แล้ว? พวกเจ้าไม่คิดว่าสายเกินไปหรือ”
“เฟิ่งจิ่ว เจ้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังขั้นกลาง นึกว่าตนเองเป็นคู่ต่อสู้ของผู้แข็งแกร่งระดับกำเนิดวิญญาณเช่นพวกเราได้หรือ?” ผู้หญิงหนึ่งคนในนั้นแค่นเสียงหยัน เมื่อเสียงของนางเปล่งออกไป แรงกดดันระดับกำเนิดวิญญาณก็จู่โจมไปทางเฟิ่งจิ่ว
ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งสามคนมีสีหน้าไม่น่ามองคือ ถึงจะเผชิญหน้าแรงกดดันของผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณ นึกไม่ถึงว่าสีหน้าของเฟิ่งจิ่วจะไม่เปลี่ยนไปส