้าใกล้ พวกนางก็เห็นเธอ
“เจ้ามาทำอะไรตรงนี้ สองคนนั้นที่นำทางให้เจ้าเล่า?” หญิงสองคนขมวดคิ้วมองเฟิ่งจิ่วพลางถาม
เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ ดวงตาที่นิ่งสงบลึกล้ำมองร่างของหญิงทั้งสอง เป็นสองคนในห้าผู้ฝึกตนหญิงที่เห็นในห้องโถงใหญ่ก่อนหน้านี้ เธอยิ้มพูดว่า “ข้าไปปลดทุกข์ออกมาก็ไม่เห็นพวกนางแล้ว ข้าไม่คุ้นเคยภายในนี้นัก ไม่รู้ทาง ดังนั้นจึงเข้ามาถามไถ่”
ทั้งสองคนได้ยินเช่นนี้ก็มองหน้ากัน จากนั้นหยุดสายตาบนร่างของเฟิ่งจิ่วในชุดแดงที่งามสง่าเกินบรรยายแล้วเผยรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ “ข้าเหมือนจะจำได้ เจ้านามว่าเฟิ่งจิ่วสินะ?”
“ขอรับ”
เฟิ่งจิ่วขานรับก่อนถามว่า “ศิษย์พี่หญิงทั้งสอง ไม่ทราบว่าจะให้ข้าเข้าไปดื่มน้ำได้หรือไม่?”
“จะเข้ามาหรือ เหอะๆๆ ไม่กลัวพวกเรากินเจ้าหรือไร?” หญิงสองคนยิ้มหวาน ชัดเจนว่าท่าทางประมาณสามสิบกว่าๆ แต่ยังสนใจหญ้าอ่อนเสียด้วย
เฟิ่งจิ่วได้ฟังก็หัวเราะเบาๆ มองรูปร่างอิ่มเอิบของพวกนางซึ่งแผ่กลิ่นอายอารมณ์รักเช่นผู้ใหญ่พลางยิ้มเอ่ยว่า “ศิษย์พี่ทั้งสองงดงามปานบุปผา หากเฟิ่งจิ่วเข้าตาทั้งสองท่านจริง ก็เป็นวาสนาของเฟิ่งจิ่วไม่ใช่หรือขอรับ”
“ตายจริง ปากเจ้านี่พูดเก่งจริงๆ” หญิงทั้งสองมองค้อน หนึ่งคนในนั้นยื่นนิ้วออกไปเกี่ยวชุดคลุมสีแดงของเฟิ่งจิ่วเบาๆ ก่อนกล่าว “เข้าไปเถอะ!” สิ้นเสียงยังขยิบตาให้เฟิ่งจิ่ว “ปิดประตูด้วยล่ะ”
“ขอรับ” เธอขานรับเสียงอ่อน รอยยิ้มตรงริมฝีปากยิ่งกดลึกขึ้น ตามค