้านหลัง
เมื่อต้วนเยี่ยกับหนิงหลางตื่นมา ถึงจะเห็นว่าตนถูกขังอยู่ในกรง หนิงหลางเห็นกรงเหล็กก็นึกถึงภาพที่โดนขายไปครั้งก่อน และร้องลั่นโดยทันที “อ๊าก! ทำไมโดนขังในกรงอีกแล้ว? เปลี่ยนที่ไม่ได้หรือไร?”
เฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างๆ ได้ยินคำพูดนี้ก็ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างกลั้นไม่ไหว “ไม่ต้องเป็นห่วง อีกไม่นานเจ้าจะได้เปลี่ยนที่อีก สบายกว่าที่นี่แน่นอน”
ต้วนเยี่ยกับหนิงหลางมองไปด้านข้าง เห็นเฟิ่งจิ่วนั่งพิงอยู่ตรงนั้น กลางใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เหมือนว่าจะตื่นมานานแล้ว ก็ตกใจอย่างอดไม่ได้ หนิงหลางถามว่า “เจ้าหมายความเช่นไร เปลี่ยนที่อะไรกัน เปลี่ยนที่ได้จริงๆ หรือ?”
หลังจากมองไปรอบๆ ต้วนเยี่ยถามขึ้นว่า “ที่นี่ที่ไหน?” พอเห็นซ่งหมิงยังไม่ตื่นก็เดินเข้าไปเตะๆ เขา “ซ่งหมิง”
“หา?”
ซ่งหมิงที่ตื่นมาอย่างปวดเมื่อยเห็นต้วนเยี่ยจ้องตนเองด้วยสีหน้าโกรธเคืองก็ถามว่า “เป็นอะไรไป?”
“เป็นอะไรหรือ เจ้าดูสิว่านี่คือที่ไหน” เขาแค่นเสียงหยัน ใบหน้าอ่อนวัยเต็มไปด้วยความโมโห “หากเจ้าไม่ช่วยคนพวกนั้นระหว่างทาง พวกเราจะโดนขังไว้ในกรงหรือ?”
ได้ยินคำพูดนี้ ซ่งหมิงตกใจ เมื่อนึกถึงภาพตอนนั้นก็ลุกพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ที่นี่ที่ไหนกัน ทำไมพวกเรามาอยู่ที่นี่?”
“ที่นี่น่ะเหรอ! ข้าได้ยินพวกเขาบอกว่าเป็นสำนักร่วมเริงรมย์ เป็นสถานที่รื่นเริงตามอิสระ นอกจากพวกเราแล้ว ที่นี่ยังมีคนหนุ่มสาวไม่น้อยถูกคุมขังไว้ น่าจะโดนจับกลับม