คิดจะยืนคุยกันตรงนี้?” เฟิ่งจิ่วเหลือบมองซ่งหมิงพลางเอ่ย
ซ่งหมิงได้ยินดังนั้นถึงค่อยเบี่ยงตัวเล็กน้อย “เชิญ พวกท่านปู่ของข้ารออยู่ด้านในหมดแล้ว”
เฟิ่งจิ่วก้าวเข้าไป ต้วนเยี่ยกับหนิงหลางตามอยู่ด้านหลังเธอ พวกเขาเดินไปยังด้านใน
กลุ่มคนที่นั่งรอในห้องโถงเห็นซ่งหมิงพาเด็กหนุ่มสามคนเดินเข้ามา เด็กหนุ่มคนที่นำหน้าสวมชุดแดง รูปโฉมงดงามดูซุกซนและรักอิสระ กลิ่นอายสูงศักดิ์หาใดเปรียบ
เมื่อสายตาพวกเขาหยุดลงบนร่างหนุ่มน้อยชุดแดงก็แทบจะไม่ละไปไหนอีก ผู้นำตระกูลหลิ่วและตระกูลซ่งรวมถึงบรรพบุรุษสี่คนมองใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มน้อยชุดแดง ในดวงตาเผยความตกตะลึง เดิมทีนั่งอยู่ยังลุกขึ้นยืนอย่างอดไม่ได้ แล้วเข้าไปต้อนรับด้วยตนเอง
“ท่านคือ…คุณชายเฟิ่ง?”
บรรพบุรุษตระกูลซ่งมองเด็กหนุ่มชุดแดงอย่างตื่นเต้นยินดีและประหลาดใจ แทบพูดได้ว่าในมือผู้กุมอำนาจของแต่ละตระกูลล้วนมีภาพเหมือนของภูตหมอ เดิมทีพวกเขานึกว่าอยู่ที่นี่คงไม่ได้พบภูตหมอ แต่รูปลักษณ์ของหนุ่มน้อยตรงหน้าเหมือนในภาพอย่างกับแกะ ซ้ำยังสวมชุดแดงอีก หากไม่ใช่ภูตหมอแล้วจะเป็นใคร?
เหล่าผู้อาวุโสจากสองตระกูลเห็นบรรพบุรุษและผู้นำตระกูลของตนเสียอาการเช่นนี้ ต่างก็อดแปลกใจไม่ได้ สายตามองพิจารณาบนร่างเด็กหนุ่มชุดแดง เห็นว่านอกจากบุคลิกสูงศักดิ์และใบหน้างดงามเอาแต่ใจ ก็ไม่เห็นว่าเขามีอะไรที่จะทำให้พวกเขาตกใจและประหลาดใจได้เพียงนี้
แต่คุณชายเฟิ่งหรือ คุณชายเฟิ่งอ