ข้าคือต้วนเยี่ย” เทียบกับหนิงหลางแล้ว ต้วนเยี่ยเพียงบอกนามไปอย่างง่ายๆ และไม่พูดอะไรอีก
“ที่แท้เป็นคุณชายหนิงกับคุณชายต้วนนี่เอง” ผู้นำตระกูลซ่งเผยรอยยิ้ม บอกคนทั้งสามว่า “เชิญทั้งสามท่านนั่งก่อน”
หลังจากทั้งสองคนแจ้งนาม ใบหน้าของซ่งหมิงที่อยู่ข้างๆ แปลกไป หนิงหลางกับต้วนเยี่ยหรือ นั่นมันตัวแสบอีกสองคนของสำนักศึกษาสองดาราไม่ใช่หรือ เล่ากันว่าสองคนนี้เหมือนกับเขา ไม่ชอบไปฝึกบำเพ็ญที่สำนักศึกษา คนแรกชอบหาเงิน เต็มไปด้วยความโลภ ส่วนคนหลังนิสัยหยิ่งยโส มักจะประพฤติตัวไม่ดีตามอำเภอใจ เทียบกับเขาได้เลย
หลังจากนั่งลง เฟิ่งจิ่วมองทุกคนในห้องโถงแล้วเผยรอยยิ้มเชิงขออภัย “กะทันหันจริงๆ มาเองโดยไม่ได้รับเชิญ เหมือนมารบกวนท่านทั้งหลายเลย? หรือจะให้พวกเรามาเยี่ยมอีกทีวันอื่นดี?”
ต้วนเยี่ยที่นั่งด้านล่างเฟิ่งจิ่วมุมปากกระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนี้ เขายกน้ำชาที่คนรับใช้ยกมาให้ขึ้นจิบอึกหนึ่งเพื่อปกปิดอารมณ์บนใบหน้า ส่วนหนิงหลางกำลังดื่มน้ำชา ครั้นได้ยินก็สำลักทันที ไอหนักๆ ไปสองครั้ง
“แค่กๆ!”
เขาเหล่มองเฟิ่งจิ่ว เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายเฉยชา อากัปกิริยาสุภาพเรียบร้อย วางท่าทางเช่นสุภาพชน ในใจก็แอบกระซิบอย่างอดไม่ได้ว่า ‘เสแสร้ง ช่างเสแสร้งเก่งจริงๆ’
“เหอะๆๆ ไม่หรอกๆ เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ ภายในจวนเท่านั้น จัดการเรียบร้อยแล้วละ” ผู้นำตระกูลซ่งกล่าว มองทุกคนในห้องโถงแวบหนึ่ง ถึงจะมองเฟิ่งจิ่วพลางถาม “