งให้ตระกูลหลิ่วในเวลานี้?
“จะมาจากไหนได้? ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้ไปล่วงเกินคนใหญ่คนโตคนไหนเข้า มิเช่นนั้นรายงานหลักฐานพวกนี้ที่แม้แต่พวกเรายังหาไม่ได้ ทำไมเขาถึงนำออกมาง่ายดายนัก?” บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วกล่าวพลางจ้องผู้หญิงที่กำลังตกใจสงสัยคนนั้น ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้
แทบทันทีที่บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วเอ่ยคำพูดนี้ออกมา เหล่าคนตระกูลหลิ่วนึกถึงข้อนี้เช่นกัน หลักฐานรายงานพวกนั้นเป็นของปลอมหรือไม่พวกเขาแค่อ่านก็รู้แล้ว สิ่งเหล่านั้น เรื่องพวกนั้น แม้แต่ตระกูลซ่งและตระกูลหลิ่วล้วนตรวจสอบไม่พบ ทำไมคนอื่นกลับกุมไว้ในมืออย่างง่ายๆ?
ไป๋เหลียนต้องไปล่วงเกินคนสำคัญคนไหนแน่ๆ มิเช่นนั้นอีกฝ่ายคงไม่เปิดเผยเรื่องเกี่ยวกับนางออกมา หนำซ้ำรายงานหลักฐานชุดนี้ยังไม่ถูกส่งมาตระกูลซ่ง แต่ส่งไปตระกูลหลิ่ว และมีเพียงตระกูลหลิ่วที่รู้เรื่องพวกนี้แล้วจะมอบความตายแก่นางโดยไม่ยอมอ่อนข้อให้
ทุกคนตรงนี้ล้วนไม่ใช่คนโง่ ทันใดนั้นก็นึกถึงจุดนี้ ขณะที่แต่ละคนประหลาดใจก็ยังสะพรึงกลัวด้วย
คนคนนั้นเป็นใครกันแน่? ถึงกับมีความสามารถที่น่าอัศจรรย์เพียงนี้? หากเป็นศัตรูกับคนเช่นนี้ ผลที่ตามมาน่ากลัวเกินไปแล้ว
“ไม่ๆ ข้าเปล่า ข้าไม่ได้…”
ไป๋เหลียนส่ายหน้าร้องไห้คร่ำครวญ ทว่าจู่ๆ ไม่รู้ว่านึกอะไรได้ ทั้งร่างสะดุ้งเฮือก กล่าวคำพูดช่วงท้ายต่อไปไม่ได้ ร่างกายของนางกำลังสั่นเทิ้ม ดวงตาเบิกโตอย่างไม่มีทางเชื่อได้ลง
เป็นสามคน