นอาการของฮูหยินรองมาก่อน”
ชายชราสีหน้าแปลกใจ ถอนหายใจและบอกว่า “ข้าเพียงได้ยินว่ามีคนผมขาวข้ามคืน กลับไม่เคยได้ยินเรื่องแก่ลงในคืนเดียว ข้าตรวจชีพจรของฮูหยิน และตรวจร่างกายของนาง กลับหาสิ่งผิดปกติใดๆ ไม่พบ อาการแก่ชราชั่วข้ามคืนเช่นนี้ ข้าไร้ความสามารถจริงๆ ขอรับ ไม่รู้จะใช้ยารักษาอย่างไร”
ได้ยินคำพูดนี้ เสียงร้องไห้ด้านในลอยออกมาอีกครั้ง ทว่ายามนี้ได้ยินถึงหูผู้นำตระกูลซ่งกลับแค่รู้สึกหงุดหงิด
“ท่านแม่? ท่านแม่?”
น้ำเสียงเป็นกังวลลอยมาจากข้างนอก เป็นคุณชายสามของตระกูลซ่ง ลูกชายคนเล็กของฮูหยินรอง เพราะทหารอารักขาไปตามหมอในจวนเข้ามา ซ้ำเขายังอยู่จวนตะวันตกเช่นกัน ด้วยเหตุนี้จึงได้ยินเหมือนว่าเกิดปัญหาอะไรทางนี้ เสียงร้องไห้ลอยออกไปแต่เช้า ดังนั้นถึงได้รีบเข้ามาอย่างร้อนรน
เร่งฝีเท้าวิ่งเข้ามา เพียงเข้าไปด้านในเห็นท่านพ่ออยู่ด้วย ก็ชะลอฝีเท้าลงทันที แล้วคารวะอย่างเรียบร้อย “ท่านพ่อ”
“เจ้าเข้ามาได้อย่างไร?” ผู้นำตระกูลซ่งมองลูกชายคนเล็ก สงบจิตใจพลางเอ่ยถาม
“ข้าได้ยินคนรับใช้บอกว่าทางนี้มีเสียงร้องไห้ตั้งแต่เช้า จึงเข้ามาดูเสียหน่อยขอรับ” เขากล่าวจบก็มองพ่อที่นั่งอย่างมั่นคง ถามด้วยความระมัดระวัง “ท่านพ่อ ท่านแม่เป็นอย่างไรขอรับ?”
ได้ยินคำพูดนี้ ผู้นำตระกูลซ่งขมวดคิ้ว หลังจากถอนหายใจก็ลุกขึ้นมา บอกเขาว่า “เจ้าไปดูหน่อยเถอะ!” สิ้นเสียงยังไม่ไปปลอมประโลมคนด้านใน แต่ก้าวยาวเดินออกไป
เห็นเ