เฉพาะแค่การดวลหมัดระหว่างคนหนุ่มสาว นางจะยุ่งเกี่ยวอะไร? ซ้ำยังใช้วิธีร้ายกาจมีลับลมคมนัยเช่นนี้ ช่างหน้าไม่อายจริงๆ
ต้วนเยี่ยชายตามองสองคนบนพื้น ในดวงตาเผยจิตสังหาร เวลาต่อมาก็ยกกระบี่ในมือ ระหว่างที่ประกายหนาวเย็นฉายผ่าน เลือดกระเซ็นออกไป คนที่ยังมีสติถึงกับไม่ทันได้ร้องขอความเมตตาก็ถูกฆ่าเสียแล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งยังสูดลมหายใจเฮือกสุดท้ายทั้งที่ยังหมดสติ
“หนิงหลาง เจ้าจัดการศพเสีย” ต้วนเยี่ยกล่าว จากนั้นค่อยเดินไปหาเฟิ่งจิ่ว ถามว่า “พิษของพวกเรา เจ้าแก้ได้หรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วมองทั้งสอง เอ่ยว่า “พรุ่งนี้เช้าเข้ามาหยิบยาแก้”
สองคนได้ยินเช่นนี้ก็วางใจ ต้วนเยี่ยยังถามอีกว่า “ผู้หญิงคนนั้นเจ้ามีความคิดอย่างไร?”
“ความคิด? สำหรับผู้หญิงจิตใจชั่วช้าข้าไม่มีความคิดอะไร แต่คืนนี้ผูกแค้นไว้ ไม่ตอบแทนเสียหน่อย เหมือนจะไม่สมควรเท่าไร” เธอยิ้มเย็น นิ้วมือเคาะหน้าโต๊ะเบาๆ ในดวงตาเผยประกายหนาวเหน็บ
ต้วนเยี่ยกับหนิงหลางเห็นเช่นนี้ก็มองหน้ากัน รู้ว่าเรื่องนี้พวกเขาไม่ต้องลงแรง เฟิ่งจิ่วจะไปจัดการเอง หนำซ้ำพวกเขาเชื่อว่าให้เขามาจัดการจะต้องรุนแรงกว่าพวกเขาแน่นอน
ดังนั้นหลังจากทั้งสองเอ่ยปากก็จัดการศพและคราบเลือดบนพื้นให้สะอาด ก่อนจะกลับห้องไปพักผ่อนเสียก่อน รอจนฟ้าสว่างค่อยเข้ามาหยิบยาแก้
มีภูตหมออยู่ข้างกาย แม้ถูกพิษร้ายแรงก็ไม่กังวลใจเพียงนั้น ฮูหยินรองตระกูลซ่งเพียงเพราะบุ่มบ่ามลงมือโดยไม่ตรวจสอบตั