่อไม่ได้เสียเนิ่นนาน
นั่นเป็นสัตว์เทวะ! นึกไม่ถึงว่าเป็นสัตว์เทวะ! จากบนร่างสัตว์เทวะที่แข็งแกร่งน่าสะพรึง พวกเขายังเห็นกลิ่นอายของอสูรกลืนเมฆาตัวน้อย ดวงตาอสูรคู่นั้นน่ากลัวยิ่งกว่าอสูรกลืนเมฆายามที่ตัวหดเล็ก ดวงตาดุร้ายกระหายเลือดปรากฏจิตสังหารแสนสะพรึง แต่แวบเดียวยังทำให้ทั้งสองตื่นตระหนกเป็นที่สุด
โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าใต้อุ้งเท้าสัตว์เทวะ มีผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังที่ถูกมันเหยียบเสียจนหายใจแผ่วๆ นอนอยู่ตรงนั้น คล้ายจะขาดใจ สีหน้าขาวซีด กลิ่นอายอ่อนแอเล็กน้อย ราวกับจะตายไปได้ทุกเมื่อ
ส่วนอีกด้านหนึ่งก็หมดสติล้มลงบนพื้น ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังสองคนถูกเฝ้าไว้โดยสัตว์เทวะ อย่าบอกว่าแค่สองคน แม้มาอีกสองคนก็ไปไหนไม่ได้
“คนอยู่ตรงนั้น พวกเจ้าสอบสวนเถอะ!” เธอให้สัญญาณโดยไม่ได้เข้าไป แต่มานั่งลงตรงโต๊ะและรินน้ำชาดื่ม
เรื่องเกี่ยวกับชีวิตตนเอง ต้วนเยี่ยกับหนิงหลางสองคนมองหน้ากัน เดินเข้าไปข้างหน้า มองผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังที่โดนอสูรกลืนเมฆาเหยียบไว้ พร้อมเอ่ยถามเสียงเย็น “ใครสั่งให้พวกเจ้าใช้วิธีชั่วร้ายเพียงนี้?”
ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังคนนั้นหอบหายใจ เหมือนจะหายใจไม่ได้ แล้วมองพวกเขาสองคนโดยไม่ปริปาก
อสูรกลืนเมฆาเห็นทั้งสองอยู่ตรงนี้ ดังนั้นจึงถอยออกไป ขณะเดียวกันยังหดกลับไปตัวกลมเล็กๆ เป็นเช่นสัตว์เลี้ยงที่ไม่สามารถต่อสู้ได้ ก่อนจะมาหมอบนั่งยังข้างกายเฟิ่งจิ่ว
“ไม่พูดรึ?”
ต้วนเย