อยู่ข้างใน
“ข้าวของบนตัวเจ้าหนูนี่มีไม่น้อยเลย มาๆ ชิ้นนี้ให้เจ้า ชิ้นนี้เป็นของข้า เจ้านี้ก็ให้เจ้า…”
เฟิ่งจิ่วมองสามคนด้านในกำลังแบ่งของที่ขโมยมาได้ผ่านรอยแยกบนกำแพง ชำเลืองมองหนิงหลางที่หมดสติยังไม่ฟื้น แล้วส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
“เก็บเสื้อผ้าบนตัวเจ้าหนูไปขายน่าจะได้ราคาไม่น้อย พวกเราถอดเสื้อผ้าของเขามา จากนั้นค่อยเอาเขาไปขายยังหาเงินได้อีกก้อน” หนึ่งคนในนั้นแนะนำ
“ไม่เลว วัสดุจากเสื้อผ้าชุดนี้มีราคายิ่ง หลังจากถอดมาก็สวมเสื้อผ้าให้เขา จากนั้นค่อยแบกไปขายโดยเร็ว” คนหนึ่งข้างๆ พยักหน้าคล้อยตาม
“อาศัยที่เวลายังค่ำ ตอนนี้ก็จับเขาใส่ถุงกระสอบแบกไปขาย พวกเราเดินไปตามถนนเล็กและตรอกเล็ก เช่นนี้จะไม่สะดุดตา” ระหว่างพูดทั้งสามคนก็หาถุงกระสอบมาใส่หนิงหลาง ก่อนจะแบกขึ้นบ่าคิดจะออกไป ทว่าเมื่อประตูบ้านเปิดออก กลับทำให้พวกเขาสามคนตกใจสะดุ้งเสียดื้อๆ
เพียงเห็นหนุ่มน้อยชุดแดงที่อุ้มสัตว์เลี้ยงสีขาวไว้ในอ้อมแขนยืนตรงหน้าประตูเก่าๆ รูปโฉมงดงาม กลิ่นอายชั่วร้าย ท่าทางสูงศักดิ์ เทียบกับบ้านดินทรุดโทรมกลายเป็นความแตกต่างที่เด่นชัด ราวกับเทพบุตรพลาดตกสวรรค์ มองอย่างไรก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ หรือชุมชนยากไร้เสื่อมโทรม
ทว่าหลังจากทั้งสามสะดุ้งตกใจก็ดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วกราดมองเฟิ่งจิ่วด้วยใบหน้าดุร้ายน่ากลัวที่เคร่งเครียด ตะโกนเสียงดังว่า “เจ้าเป็นใครกัน! มาทำอะไรที่นี่!”
อันที่จริงพวกเขาจำเฟิ่งจิ่วไ