งทองวาววับ ทั่วร่างล้วนแสดงถึงเงิน ว่าเขามีเงินมาก แต่ใครจะรู้ว่าค่าห้องแม้สักครึ่งยังไม่จ่าย
เขาคิดว่าอาจเพราะเด็กหนุ่มไม่พกเงินติดตัว ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นก็โดนสะบัดทิ้งไป หนุ่มน้อยเช่นนั้นจะไม่มีเงินติดตัวได้เช่นไร? ยามนี้เห็นอสูรน้อยตามออกไปด้วย ยังตกใจในทันที “อสูรน้อยของใครกัน? เข้ามาตั้งแต่เมื่อไร?”
ทว่าไม่รอเขาได้สติกลับมา หนึ่งคนหนึ่งอสูรก็ไม่เห็นเงาเสียแล้ว เมื่อส่ายหน้าและกำลังคิดจะกลับไปโต๊ะหน้าร้าน เห็นเด็กหนุ่มชุดแดงลงมา ดังนั้นจึงหรี่ตายิ้มเดินเข้าไป “คุณชาย เมื่อครู่คุณชายท่านนั้นบอกว่าค่าห้องมาเก็บจากท่านได้เลย เหอะๆ ระเบียบของโรงเตี๊ยม ตอนเข้าพักต้องจ่างค่าห้องก่อนครึ่งวัน ท่านว่า…” สองมือเขาถูเสียดกัน พร้อมปั้นหน้ายิ้มมองเด็กหนุ่มชุดแดงเบื้องหน้า
เฟิ่งจิ่วได้ยินคำพูดนี้ก็เลิกคิ้ว มุมปากยกขึ้นเผยรอยยิ้มชั่วร้าย “เขาบอกให้เก็บค่าห้องจากข้าหรือ?”
“ใช่ขอรับ” เจ้าของโรงเตี๊ยมพยักหน้า
รอยยิ้มตรงริมฝีปากเฟิ่งจิ่วยิ่งลึกขึ้น ก่อนจะหยิบสองเหรียญทองมาโยนให้เขา “พอหรือเปล่า?”
“พอ พอขอรับ” เจ้าของโรงเตี๊ยมใบหน้ายิ้มแย้ม รีบพยักหน้ายิ้มๆ
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ สาวก้าวเดินไปข้างนอก อาศัยพันธสัญญาของอสูรกลืนเมฆาไล่ตามไปด้านหลังอย่างไม่เร่งไม่ช้า
หนิงหลางยามนี้ยังไม่รู้ ออกจากโรงเตี๊ยมไปไม่นานก็ถูกคนเพ่งเล็ง ไม่ใช่อสูรกลืนเมฆาที่แอบตามไปด้านหลัง และไม่ใช่เฟิ่งจิ่ว แต่เป็นผู้ฝึกตนไร้สัง