ไม่กล้าลีลา รีบสั่งคนใกล้ชิดไปต้มยา โดยคัดเลือกยาที่มีในจวนก่อน ส่วนยาที่ไม่มีก็ออกไปซื้อด้วยตัวเอง
ต้วนเยี่ยติดตามข้างกายเฟิ่งจิ่วตลอด เห็นว่าหลังจากอีกฝ่ายยุ่งวุ่นวายไปทั่วมากว่าครึ่งวันก็เดินไปพักผ่อนนอกเรือน จึงนั่งลงตรงโต๊ะและถามว่า “เจ้ามั่นใจว่ารักษาได้จริงหรือ ข้าว่าสภาพนั้นรักษาไม่ง่ายเลย!”
“ก่อนหน้านี้ข้าเคยรักษาพิษลมกินกระดูก ยังรักษาได้ เพียงแต่เขาใช้เวลานานไป ค่อนข้างอาการสาหัส ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ในทันทีไม่ได้ แต่หลังจากกินยาจะรักษาชีวิตเขาไว้ ส่วนพิษไฟในร่างและร่างกายที่เสียหาย หากรักษาไปอย่างช้าๆ ก็จะดีขึ้น” เธอรินน้ำชาดื่มพลางพูดคุยกับเขา
ต้วนเยี่ยได้ยินเช่นนี้ มือหนึ่งเท้าใบหน้าอ่อนวัยพลางมองเฟิ่งจิ่วอย่างสงสัย “เจ้ามาจากแคว้นระดับแปดจริงหรือ?”
เฟิ่งจิ่วส่งเสียงหัวเราะเบาๆ “ทำไม? ไม่เชื่อหรือ”
“ใช่” เขาพยักหน้า “แคว้นระดับแปดเล็กๆ อย่างนั้น จะมีคนเช่นนี้ได้อย่างไร?” กลับเห็นว่าเฟิ่งจิ่วเพียงหัวเราะเบาๆ และไม่ปริปาก ด้วยเหตุนี้จึงไม่ถามอะไรมากอีก
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ผู้นำตระกูลเหอก็เร่งฝีเท้าเดินเข้ามาทั้งเหงื่อท่วมศีรษะ “ภูตหมอๆ ยาล้วนหามาครบแล้ว”
“หาเรือนเงียบๆ ให้ข้าด้วย ข้าจะผสมยาพวกนี้ออกมาให้ท่าน” เธอลุกขึ้นพลางเอ่ย
ผู้นำตระกูลเหอได้ยินเช่นนี้ ก็เร่งพาเธอไปยังเรือนที่เงียบสงบ สั่งคนไม่ให้รบกวน แม้แต่ต้วนเยี่ยยังอยู่ข้างนอกไม่ได้เข้าไป เฟิ่งจิ่วเข้าไปจนถึงช่วงเย