ต่ว่าข้ามอบโอกาสหาเงินให้เขานะขอรับ เขาหาเงินได้จะไม่ดีใจหรือ?”
“เจ้าคิดว่าการปรุงกลั่นยาเป็นเรื่องง่ายดายขนาดนั้นหรือ ขอแค่ต้องการก็มีได้เลยหรือ? ไม่มีอะไรเป็นเรื่องง่าย การปรุงกลั่นยาและยาอายุวัฒนะยิ่งเป็นเช่นนี้ มิเช่นนั้นโลกนี้คงไม่ยกย่องนักเล่นแร่แปรธาตุและนักปรุงยากันถึงเพียงนั้นหรอก”
หนิงหลางขยับปาก แต่ไม่ได้พูดอะไร เดิมทีเขาฉลาดมากอยู่แล้ว แค่บิดาพูดก็คิดจนเข้าใจ ด้วยเหตุนี้จึงเหมือนรู้ว่าการกระทำของตนเองในวันนี้เกินเหตุไป
“พวกเขามาหาเจ้าได้ตั้งไกล ต้องเห็นค่าเพื่อนอย่างเจ้าเป็นแน่ เจ้าคิดว่าเรื่องที่ตนเองทำไปเป็นเรื่องชั่วร้ายอะไร? ตอนนี้เป็นเช่นนี้แล้ว คิดจะจัดการเช่นไรล่ะ?”
“เรื่องนี้…ข้า…” เขาเกาๆ ศีรษะ ก้มหน้าลงอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร
ทางด้านนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มอย่างห่างเหิน เอ่ยปากบอกว่า “ทุกท่าน ขออภัยด้วยขอรับ” จากนั้นเดินออกมาจากในวงล้อมพวกเขา และมองไปยังหนิงหลาง “บอกว่าคืนนี้จะเชิญพวกเรามากินเลี้ยงไม่ใช่หรือ?”
“เรื่องนั้น…ไม่อย่างนั้นเอาเช่นนี้ ข้าเชิญพวกเจ้าออกไปกินข้างนอกเป็นอย่างไร?” หนิงหลางแนะนำ คิดว่าหลังจากออกไปค่อยขอโทษเขา
“ไม่ต้องหรอก กินที่นี่เถอะ! แต่ควรจะยกอาหารมา เมื่อครู่ต้วนเยี่ยร้องว่าหิวแล้ว” เฟิ่งจิ่วยิ้มกล่าว มองสามีภรรยาเจ้าเมืองหนิงพลางประสานมือคารวะ “ท่านเจ้าเมือง ฮูหยิน”
“เหอะๆ ภูตหมอไม่ต้องมากพิธี เชิญ เชิญเข้าไปนั่งเถอะ” เจ้าเมืองเอ่ยพร้อมรีบ