อีกสามคนเป็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณ? หากเป็นระดับกำเนิดวิญญาณ ก่อนออกมาข้าให้เสด็จพ่อเรียกมาจากในวังสักสองคนเสียแต่แรกก็ได้นี่? ทำไมต้องไปหาคนอื่นอีก?”
“ระดับกำเนิดวิญญาณอะไร?” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ อย่างกลั้นไม่ไหว “สามคนนั้นเหมือนกับเจ้า ล้วนเป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน”
“อะไรนะ? เจ้าล้อเล่นกระมัง หาผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานอีกสามคนเข้าไปเทือกเขาอเวจีด้วยกัน? วรยุทธ์เช่นนี้สู้ระดับหลอมแก่นพลังข้ายังมั่นใจ แต่ยังรับมือระดับหลอมแก่นพลังขั้นสูงสุดไม่ได้ ไม่มั่นใจเลยสักนิด หากเปลี่ยนเป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานคนอื่น แม้แต่ระดับหลอมแก่นพลังขั้นเริ่มต้นก็รับมือไม่ไหวแล้ว เจ้าหาระดับสร้างรากฐานอีกสามคน ถึงเวลานั้นพวกเราไม่ต้องปกป้องพวกเขาหรอกนะ?”
“ไม่หรอก สามคนนั้นเหมือนกับเจ้า กำลังไม่ได้อ่อนแอ”
ต้วนเยี่ยได้ยินว่าแม้แต่ตนเองยังได้รับคำชมไปด้วย ก็เหล่มองอีกฝ่ายอย่างอดไม่ไหว ใบหน้าเด็กน้อยฉายแววขุ่นเคือง ไอเบาๆ ก่อนเอ่ยว่า “คนอื่นข้าไม่รู้ แต่ข้าไม่อ่อนแอแน่นอน เห็นแก่ว่าเจ้านับว่าไม่เลว ถึงเวลานั้นหากเจออันตรายในเทือกเขาอเวจี ข้าจะช่วยเจ้าอีกแรงแล้วกัน!”
“ดีเลย!” เธอหัวเราะเบาๆ กล่าวว่า “แต่ก่อนไป เจ้าว่าควรแก้ปัญหาก่อนหรือไม่?”
“หือ? ปัญหาอะไร?” เขามองเฟิ่งจิ่วอย่างสงสัย
“ปัญหาที่ตามเรามาตลอดทางน่ะสิ! นี่กำลังรอพวกเราออกจากเมืองไม่ใช่หรือ? ปัญหาที่เจ้าก่อไว้ ข้าคิดว่าให้เจ้าจัดการเองจ