มถึงโชคร้ายเพียงนี้?
เฟิ่งจิ่วเหมือนรู้ความคิดของต้วนเยี่ย จึงตบๆ ไหล่ของเขา แล้วยิ้มตาหยีกล่าวว่า “ไม่เป็นไร สู้ไม่ไหวยังมีข้า!”
“เจ้าบอกว่าเพิ่งบรรลุหลอมแก่นพลังมาไม่นานนัก วรยุทธ์ระดับหลอมแก่นพลังขั้นเริ่มต้นจะรับมือหลอมแก่นพลังขั้นสูงสุดได้หรือ?” เขาพูดเสียงเบาลง มองๆ เฟิ่งจิ่วและถอนหายใจ “ได้ หากไม่ไหวพวกเราก็เผ่นเถอะ!”
“กระซิบอะไรกัน? ทำไมรึ กลัวเสียแล้วหรือ? ฮ่าๆๆ จับพวกเขามา! พากลับไปจัดการเสีย!” ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังที่ถูกกงจักรแปดดาราของต้วนเยี่ยจนบาดเจ็บไปเมื่อครู่ตะโกนลั่น สิ้นเสียง ชายฉกรรจ์สิบกว่าคนรอบๆ ก็พุ่งเข้าไปล้อมพวกเขาไว้
“หึ! รนหาที่ตาย!”
ต้วนเยี่ยแค่นเสียง เพียงขยับมือ กงจักรแปดดาราก็กลายเป็นแสงสายหนึ่งปรากฏในมือ เห็นแต่เขาโยนกงจักรออกไปในทันที กงจักรนั้นตรงไปพร้อมกลิ่นอายดุดันและความเร็วปานสายฟ้าหมายจะปาดคอของผู้ฝึกตนที่ล้อมเข้ามา
ทันใดนั้น ขณะที่ลำแสงหนาววาดผ่าน เสียงกรีดร้องแต่ละเสียงก็ดังมา เลือดแต่ละสายกระเซ็นลงพื้น ชายฉกรรจ์ที่ล้อมเข้ามานึกไม่ถึงว่ายังไม่ทันแตะต้องพวกเขาสองคน ก็ล้มลงตายเสียแล้ว
ถูกต้อง ให้ผู้ฝึกตนระดับยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณขั้นเริ่มต้นมาจัดการระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุด แน่นอนว่าแค่ลงมือก็ถูกสังหารทันที
ชายร่างอ้วนเห็นเช่นนี้ มือที่ลูบท้องชะงักเล็กน้อย สายตาจับจ้องบนร่างต้วนเยี่ย
………………………………………………….
ประกาศปิดปรับปรุงช่องทางการเติมเห