อย! ให้เจ้ารู้ว่าคนแบบไหนยั่วยุไม่ได้!”
ต้วนเยี่ยแค่นเสียงเย็น ก่อนจะพุ่งเข้าไปยกขาถีบชายคนนั้นอีกครั้ง ใครจะรู้ ขาที่ยกถีบกลับถูกคนจับเหวี่ยง ร่างกายของเขาก็หมุนไปตาม รู้สึกเพียงว่าแรงหนึ่งโถมเข้ามาผลักเขาออกไปเสียดื้อๆ
หลังจากร่างสีม่วงพลิกตัวตีลังกากลางอากาศก็ลงมาที่พื้น ฝีเท้าถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างประคองไว้ไม่มั่นถึงจะฝืนทรงตัวไว้ได้ สีหน้าเขาเย็นเยียบ จ้องมองไปยังผู้มาใหม่ กล่าวเสียงดุดันว่า “เจ้าเป็นใครกัน! จะออกหน้าแทนเขาหรือ?”
“ท่านเห็นว่าพอแล้วก็วางมือเถอะ หากเกินไปกว่านี้ข้าจะไม่เกรงใจ!” ผู้มาใหม่เป็นชายวัยกลางคน วรยุทธ์ระดับหลอมแก่นพลัง เขาเพียงกวาดมองต้วนเยี่ย ก่อนส่งเสียงกล่าวเตือน
ชัดเจนมากว่า เขามองวรยุทธ์ระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดของต้วนเยี่ยออกในแวบเดียว แต่แม้เป็นวรยุทธ์ระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุด อยู่ต่อหน้าผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังก็ยังอ่อนแอเกินจะสู้ไหว ด้วยเหตุนี้เขาถึงเอ่ยเตือน ถึงอย่างไรหากใช้วรยุทธ์ระดับหลอมแก่นพลังจัดการผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานคนเดียว ก็เสียชื่อเขาเกินไปจริงๆ
“ไม่เกรงใจ? ฮ่าๆๆ หากเจ้าไม่ไสหัวไป ก็อย่าโทษว่าข้าไม่เกรงใจ!” ต้วนเยี่ยแหงนหน้าหัวเราะลั่น เพียงแต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับเหมือนสัตว์ตัวน้อย กระหายเลือดและหนาวเยือก จิตกระหายต่อสู้พลุ่งพล่าน ไม่กลัวว่าศัตรูเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังอย่างชัดเจน
“คนคนนี้บ้าไปแล้วกระมัง? ชายวัยกลางคน